นางศรีตระกูล กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีการส่งมอบงานมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนตอนนี้เป็นเวลา 3 เดือน ดิฉันได้รับการขอให้เรียกช่างเพื่อหาแนวทางยุติปัญหาและปรึกษาในส่วนของท้องถิ่นอำเภอของอำเภอท่าอุเทน และท่าน ป.อาวุโส ก็ได้รับเอกสารรายงานช่างที่เขาทำขึ้นมาใหม่ และคนที่ทำเอกสารคือลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งมันมันผิดกระบวนการอยู่แล้วและก็ได้นำเอกสารรายงานช่างฉบับนั้นมาให้เซ็น ซึ่งในรายงานช่างนั้นไม่ได้เป็นรายงานที่มีความเป็นจริงเป็นรายงานเท็จที่เมคขึ้นมา และก็ไม่เป็นเรื่องดีสำหรับทางเรา ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามรูปแบบที่เราได้ก่อสร้าง เมื่อเห็นว่าไม่ถูกต้องจึงนำเอกสารพร้อมลูกจ้างของกองช่างรามราชไปปรึกษาที่อำเภอฯ ก็ได้มีการเชิญช่างควบคุมงานให้มาคุยกัน เราแค่ต้องการแก้ไขปัญหาในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้งไม่ให้ทางเราเข้าพื้นที่และมีการชี้จุดผิดในการสร้างฝาย และการขุดลอกก็ได้ไม่มีการชี้จุดเริ่มและจุดสิ้นสุด มันทำให้ทางเราเสียหายมาก และทำให้เราทำงานด้วยความยากลำบากก็เลยพยายามจะหาแนวทางยุติปัญหา แต่ทางได้ อบต.ฯ ก็ได้ให้คำตอบกับทางอำเภอว่า ไม่สะดวกมา ทางลูกจ้างก็รับสารภาพว่าเป็นคนทำเอกสารฉบับนั้นขึ้นมาเองจริง ทางเราก็เลยนำเอกสารชุดนี้มาลงบันทึกประจำไว้ฯ
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีการก่อสร้างฝายชะลอน้ำ และแก้มลิงของ อบต.รามราช ซึ่งบริษัทของนางศรีตระกูลเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด ในราคาก่อสร้างฝายชะลอน้ำ 480,000 บาท โครงการแก้มลิง 280,000 บาท รวม 760,000 บาท จึงได้งานทั้งสองแห่งไปดำเนินการก่อสร้าง ปรากฏว่าช่างผู้ควบคุมงานนานๆครั้งจะเข้ามาตรวจงานและก็ไม่ได้ตำหนิหรือแนะนำอะไร กระทั่งการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย ปัญหาก็เกิดขึ้นมาทันทีเมื่ออ้างว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบแปลน สั่งให้แก้ตรงนั้นตรงนี้ซึ่งผู้ประกอบการก็จัดการให้ เพราะไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียง กลับทำให้ช่างผู้ควบคุมงานฮึกเหิมดึงเกมไม่ยอมเสนอเรื่องเบิกจ่ายค่าก่อสร้าง