"ศิริราช" เผย โครงการวิจัยการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันและความปลอดภัยหลังฉีดวัคซีน "แอสตร้าเซนเนก้า" และ "ซิโนแวค" ให้บุคลากรทางการแพทย์ รพ.ศิริราช พบภูมิคุ้มกันขึ้นสูงถึง 100%

วันนี้ (27 พ.ค.) ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยผลโครงการวิจัยการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันและความปลอดภัยหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ในบุคลากรทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาลศิริราช โดยใช้วัคซีนของ "แอสตร้าเซนเนก้า" และ "ซิโนแวค"

ศิริราช เปิดผลวิจัย ฉีด"วัคซีนแอสตร้าเซเนกา-ซิโนแวค" มีภูมิคุ้มกันขึ้น100%


เบื้องต้นพบว่า หลังรับแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 1 เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์พบว่า อาสาสมัครทุกคนมีภูมิคุ้มกันสูงเทียบเท่ากับผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 ส่วนผู้รับซิโนแวคเข็มที่ 1 พบว่า 75% ของกลุ่มมีภูมิคุ้มกันที่สูงเท่ากับผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19
ขณะที่ผู้รับซิโนแวคเข็มที่ 2 พบว่าทุกคน 100% มีภูมิคุ้มกันในระดับสูงเทียบเท่ากับผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19
ผลวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า หลังฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรก และซิโนแวคเข็มสองภูมิคุ้มกันสูงเท่ากับผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 แปรผลได้ว่า วัคซีนทั้งสองชนิดน่าจะป้องกันโรคโควิด-19 ได้ดี
นอกจากนี้ ผลวิจัยยังพบว่า 75% ของอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีนมีอาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อยเช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย มีไข้ ปวดศีรษะ อาการดังกล่าวสามารถหายได้เอง โดยกลุ่มที่ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า พบอาการไม่พึงประสงค์ค่อนข้างมากกว่ากลุ่มที่ฉีดซิโนแวค โดยเฉพาะในคนอายุน้อย

ขณะนี้ ศูนย์วิจัยคลินิกฯ ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังตรวจผลของภูมิต่อสายพันธ์ต่าง ๆ เช่น สายพันธุ์อังกฤษ แอฟริกา และอินเดีย

ศิริราช เปิดผลวิจัย ฉีด"วัคซีนแอสตร้าเซเนกา-ซิโนแวค" มีภูมิคุ้มกันขึ้น100%