ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำแผนไม่ถึง 10 นาที ก็นำตัวขึ้นรถเพราะหากใช้เวลานานกลัวญาติที่ทราบข่าวจะมารุมประชาทัณฑ์ ก่อนจะรีบนำตัวกลับโรงพัก โดยนายชาร์ป ถูกแจ้ง 4 ข้อหาหนัก "พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง , พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนโดยไม่ใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือชุมชน" และเตรียมส่งฝากขังศาลจังหวัดนางรองช่วงบ่ายวันนี้
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของพ่อแม่ น.ส.สุพัตรา ก็พบกับนางปาลิตา สุทธิรัตน์ ผู้เป็นแม่ ก็บอกว่า หมออนุญาติให้ลูกสาวออกจาก รพ.กลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว แต่ตนเองให้ลูกสาวไปอยู่ที่บ้านญาติชั่วคราว เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัยและเป็นห่วงสภาพจิตใจลูกสาวด้วย หลังจากที่เจอกับเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกับเล่าให้ฟังว่าลูกสาวได้คบหากับนายชาร์ปได้ประมาณ 2 3 เดือน ตนเองก็ไม่เห็นด้วยเพราะลูกสาวยังมีทะเบียนสมรสกับสามีเก่าที่อยู่ติดคุกอยู่ในเรือนจำอยู่ก็ไม่อยากให้คบกับคนอื่น ก็เคยเตือนแต่ลูกสาวก็ไม่ฟัง ส่วนตัวตนไม่รู้จักนิสัยใจคอของนายชาร์ป รู้แค่ว่าเคยติดคุกและเพิ่งพ้นโทษออกมาก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนโหดเหี้ยมขนาดนี้ เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนายชาร์ป เจตนาจะเอาชีวิตลูกสาวเพราะยิงนัดแรกแล้วยังพยายามใส่กระสุนจะยิงซ้ำอีก หากลูกวิ่งมาหนีไม่ทันก็อาจจะเสียชีวิต นายชาร์ป เคยพูดว่ารักลูกสาวตนเองมาก ตนก็อยากจะถามเหมือนกันว่า "ถ้ารักมาก ทำใมถึงจะต้องฆ่า" ตนเองรับไม่ได้และไม่ต้องการให้มาขอโทษหรือเยียวยา อยากให้ลงโทษตามกฎหมายถึงที่สุด