คณะกรรมาธิการยุโรป และ แอสตร้าเซนเนก้า มีกำหนดเผชิญหน้ากันในศาลที่ประเทศเบลเยี่ยม ที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป (อียู) ในวันนี้ ( 26 พ.ค. 9.00 น. เวลาท้องถิ่น) โดยฝ่าย อียูเป็นผู้ฟ้องบริษัทผู้ผลิตวัคซีน ว่า ทำผิดสัญญา โดยส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้อียูน้อยกว่าที่ตกลงกันไว้ ส่งผลกระทบต่อโครงการฉีดวัคซีนให้ประชาชนของประเทศสมาชิกอียูที่มีความคืบหน้าล่าช้ากว่าเป้าหมาย ทนายของทั้งสองฝ่ายจะพบกันในศาลวันนี้ และอีกครั้งในวันศุกร์ (28 พ.ค.) เป้าหมายของอียูคือต้องการให้แอสตร้าเซนเนก้าส่งมอบวัคซีนให้อีก 90 ล้านโดสก่อนเดือนก.ค.นี้
คณะกรรมธิการยุโรปเผยว่า ข้อตกลงที่ทำกันไว้มีกำหนดเส้นตายภายในช่วงกลางเดือนก.ค. ถ้าหากว่าบริษัทไม่สามารถส่งมอบวัคซีนได้ภายในเส้นตายดังกล่าวก็จะต้องจ่ายค่าปรับให้กับอียู
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 แอสตร้าเซนเนก้าเพิ่งส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้อียูได้เพียง 30 ล้านโดสจากที่ตกลงกันไว้ 120 ล้านโดส และในไตรมาสปัจจุบันซึ่งเป็นไตรมาสที่สองและจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิ.ย. บริษัทมีแผนส่งมอบให้อียูได้เพียง 70 ล้านโดสจากที่ตกลงกันไว้ 180 ล้านโดส
แหล่งข่าวในคณะกรรมาธิการยุโรปซึ่งใกล้ชิดกับประเด็นนี้เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ตอนนี้แอสตร้าเซนเนก้าสามารถส่งมอบวัคซีนให้อียูในอัตราเพียง 10 ล้านโดสต่อเดือน ซึ่งต่ำกว่าที่วางแผนเอาไว้อยู่มาก บริษัทปฏิเสธว่าไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขสัญญา ทนายความของแอสตร้าฯ คนหนึ่งเปิดเผยว่า ทางอียูได้รับแจ้งเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการส่งมอบวัคซีนได้ล่าช้าตั้งแต่เดือนก.พ.แล้ว จึงรู้สึกว่าน่าแปลกใจทำไมอียูถึงรอเวลาอยู่อย่างน้อยถึงสองเดือนจึงคิดจะยื่นฟ้องต่อศาล