"สุชาติ" รับศพ2 แรงงานไทยที่สุวรรณภูมิ เผยนายกฯ กำชับ จัดการส่งศพแรงงานไทยกลับภูมิลำเนา และดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต อิสราเอล ให้สิทธิประโยชน์ บิดา มารดา รับเงินเดือนตลอดชีวิต ภรรยา รับเงินเดือนตลอดชีวิตหรือมีสามีใหม่ ทายาท รับเงินเดือนถึงอายุ 18 ปี

วันนี้ (26 พ.ค.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรับศพแรงงานไทยกรณีเสียชีวิตจากเหตุโจมตีทางอากาศโดยกลุ่มฮามาสในประเทศอิสราเอล โดยมี นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน Ms.ETTY MIZRACHI (เอ็ตตี มิชราคี) อัครราชทูต กงสุลประจำสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

ถึงแผ่นดินแม่แล้ว "สุชาติ" ร่วมรับศพแรงงานไทยจากอิสราเอล ที่สุวรรณภูมิ



นายสุชาติ กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความเสียใจกรณีแรงงานไทยเสียชีวิตและห่วงใยแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บและได้กำชับให้กระทรวงแรงงานจัดการส่งศพแรงงานไทยกลับภูมิลำเนาและดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีทางอากาศในอิสราเอลในครั้งนี้ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งรับคนงานที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยอีกจำนวน 18 คน ที่ได้เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในวันนี้ เวลา 12.30 น.ซึ่งบริษัทจัดส่งคนงานจะอำนวยความสะดวกในการจัดส่งไปยังสถานที่กักตัวเป็นเวลา 14 วันตามมาตรการของ ศบค. ก่อนที่จะกลับภูมิลำเนาของแรงงาน โดยคาดว่าจะไปถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนของคืนนี้ จากนั้นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่จะลงไปเยี่ยมครอบครัวของแรงงานและมอบสิทธิประโยชน์การช่วยเหลือตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สำหรับแรงงานไทยที่เสียชีวิตทั้ง 2 รายคือ นายวีรวัฒน์ การุญบริรักษ์ ทายาทจะได้รับสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย รวม 94,798.81 บาท ประกอบด้วย (1) เงินสงเคราะห์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ 40,000 บาท และ (2) สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมประเทศไทย 54,798.81 บาท และจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการทำงานในประเทศอิสราเอล ดังนี้ (1) เงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง (ปิซูอิม) ประมาณ 102,820 บาท (2) เงินทดแทนจากสำนักงานประกันสังคมอิสราเอล เดือนละประมาณ 52,380 บาท และ (3) ค่าจ้างค้างจ่าย

ถึงแผ่นดินแม่แล้ว "สุชาติ" ร่วมรับศพแรงงานไทยจากอิสราเอล ที่สุวรรณภูมิ



นายสิขรินทร์ สงำรัมย์ ทายาทจะได้รับสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย รวม 90,389 บาท ประกอบด้วย (1) เงินสงเคราะห์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ 40,000 บาท และ (2) สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมประเทศไทย 50,389 บาท และจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการทำงานในประเทศอิสราเอล ดังนี้ (1) เงินทดแทนจากสำนักงานประกันสังคมอิสราเอล เดือนละประมาณ 52,380 บาท และ (2) ค่าจ้างค้างจ่าย (ไม่ได้รับเงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง เนื่องจากทำงานไม่ครบ 1 ปี) โดยทายาทจะได้รับสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานในประเทศไทย ในวันที่ 25 - 26 พฤษภาคม 2564

สำหรับสิทธิประโยชน์จากการทำงานในประเทศอิสราเอลเป็นค่าประมาณการ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักงานประกันสังคมอิสราเอล ส่วนเกณฑ์การพิจารณาทายาทเพื่อรับเพื่อเงินทดแทนรายเดือนจากสำนักงานประกันสังคมอิสราเอลนั้น ผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชย ได้แก่ บิดา มารดา ภรรยาที่สมรสตามกฎหมาย และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย อายุไม่เกิน 18 ปี โดยส่วนแบ่งที่ทายาทแต่ละคนจะได้รับพิจารณาจากภาวการณ์พึ่งพิงหรือการดูแลที่ได้รับจากผู้เสียชีวิต และความสามารถในการเลี้ยงชีพของทายาท ระยะเวลาการได้รับเงินชดเชย บิดา มารดา ได้รับทุกเดือนจนเสียชีวิตภรรยาที่สมรสตามกฎหมาย ได้รับทุกเดือนจนเสียชีวิต หรือสมรสใหม่ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ได้รับทุกเดือนจนอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ ฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จะเร่งติดตามความคืบหน้าต่อไป

ถึงแผ่นดินแม่แล้ว "สุชาติ" ร่วมรับศพแรงงานไทยจากอิสราเอล ที่สุวรรณภูมิ



ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้จัดพิธีไว้อาลัยและส่งศพนายวีรวัฒน์ การุญบริรักษ์ และนายสิขรินทร์ สงำรัมย์ แรงงานไทยจากนิคมเกษตร (โมชาฟ) โอฮาด 2 ราย ที่เสียชีวิตจากจรวดโจมตีเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ท่าอากาศยานแบนกูเรียน ในโอกาสนี้ ผู้เข้าร่วมพิธีได้ยืนสงบนิ่งและจุดเทียนไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิต ก่อนที่โลงศพของเสียชีวิตจะถูกลำเลียงไปยังเครื่องบินของสายการบิน EI AI เที่ยวบินที่ LY081 ซึ่งเป็นเที่ยวบินอำนวยความสะดวกนำคนไทยในอิสราเอลกลับประเทศไทยที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดขึ้นและได้เดินทางออกจากท่าอากาศยานเบนกูเรียนเวลา 22.00 น. ของวันที่ 25 พ.ค.64 และมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันนี้ (26 พ.ค.64) เวลา 12.30 น.โดยศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายจะถูกนำส่งถึงภูมิลำเนาที่จังหวัดเพชรบูรณ์และบุรีรัมย์ทันทีที่เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังได้ดำเนินการจัดให้แรงงานจากโมชาฟโอฮาดที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยจรวดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา จำนวน 18 ราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวรวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว 2 ราย ได้แก่ นายจักรี รัตพลทีและนายธนดล ขันธชัย เดินทางกลับประเทศไทยด้วยเที่ยวบินนี้ด้วย