วันนี้ (22 พ.ค.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวในวาระครบรอบ 7 ปีปฏิวัติรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ว่า จากวันนั้นถึงวันนี้ครบ 7 ปี ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ที่บอกว่าจะไม่ยึดอำนาจ แต่ก็ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน บอกว่าขอเวลาอีกไม่นาน ก็ปาเข้าไปนานถึง 7 ปี ถ้าอยู่ครบวาระจะกลายเป็น 9 ปีเป็นอย่างน้อย บอกว่าจะไม่สืบทอดอำนาจ ก็ฉีกรัฐธรรมนูญเดิม เขียนรัฐธรรมนูญใหม่สืบทอดอำนาจ ที่แม้แต่คนในพรรคพลังประชารัฐยังสารภาพเองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นมาเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาลเท่านั้น แถลงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนก็ไม่แก้ หากอยู่ครบตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเทศไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร 7 ปี ใช้งบประมาณแผ่นดิน 20.8 ล้านล้านบาท 7 ปี กู้เงินทะลุ 4.9 ล้านล้านบาท ประกาศวาระแห่งชาติหลายเรื่องทำไม่ได้ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท เป็นการกู้เพิ่มเติมจากวงเงินกู้ของเดิม 1 ล้านล้าน ที่เคยกู้มาแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19 ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เงินกู้จำนวน 1 ล้านล้านบาทนั้น ไม่สามารถแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ การปฏิรูปการเมืองไม่ก้าวหน้า มีแต่การปฏิรูปแบบถอยหลัง ฉุดรั้งประเทศให้ถอยหลังกลับไปหลายสิบปี ที่แม้แต่กลุ่มเป่านกหวีดชัตดาวน์ประเทศที่สร้างเงื่อนไขเปิดทางให้ยึดอำนาจ ยังกลับคำให้การออกมาสามัคคีประเทศไทย ขับไล่ระบอบประยุทธ์เลย"7ปีที่ผ่านมา นานเกินไปสำหรับการเสียโอกาสของประเทศชาติและประชาชน รัฐประหารไม่ใช่ทางออกของประเทศ หมดเวลาสำหรับพลเอกประยุทธ์แล้ว "นายอนุสรณ์ กล่าว
ขณะที่เพจพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีครบรอบ 7 ปีการทำรัฐประหาร ว่า วันนี้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาในฐานะผู้บัญชาการทหารบก นำกำลังทหารทำการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จุดเริ่มต้นประเทศต้องถอยหลังครั้งสำคัญ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไปคือ ช่วงเวลาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พลเอกประยุทธ์ ฉีกรัฐธรรมนูญ 2550 จากนั้นก็ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้าที่จะเกิดการรัฐประหารครั้งที่ 13 ของประวัติศาสตร์ไทย ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างปี 2556 - 2557 มีความตึงเครียดอย่างมาก เนื่องจากเกิดการชุมนุมของ กปปส. นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้บุกปิดสถานที่ราชการ ปิดเมือง ชัตดาวน์กรุงเทพฯ และประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในปี 2554 ต้องพ้นจากตำแหน่ง
จากการชุมนุมที่ยืดเยื้อของ กปปส. ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ตัดสินใจยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน ในวันที่ 9 ธันวาคม 2556 ประกาศจัดการเลือกตั้งใหม่ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 แต่การเลือกตั้งดังกล่าวก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ สถานการณ์การเมืองร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีพร้อมรัฐมนตรีอีก 9 คนพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 เนื่องจากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ช่วงเวลานั้นเริ่มมีกระแสข่าวหลุดออกมาว่ากองทัพที่นำโดย ผบ.ทบ.ที่ชื่อประยุทธ์ เตรียมการที่จะทำรัฐประหาร
จากนั้นในช่วงวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ก็เริ่มมีการเคลื่อนกำลังทหารพร้อมด้วยอาวุธครบมือ ได้บุกเข้าควบคุมสถานีโทรทัศน์และสื่อสารมวลชน รวมทั้งตั้งด่านในจุดต่างๆ ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 พร้อมกับการประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ ในที่สุด ณ วันนั้น 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. สถานีโทรทัศน์และรายการวิทยุทั่วประเทศไทยก็ถูกตัดสัญญาณ ฉายภาพทหารในเครื่องแบบ 5 คนนั่งเรียงหน้ากระดาน ประกาศว่าพวกตนคือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อ้างว่าก่อตั้งขึ้นเพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมือง
การรัฐประหารครั้งนั้น ส่งผลให้รัฐธรรมนูญ 2550 ถูกฉีก ประชาชนถูกช่วงชิงอำนาจไปในชั่วพริบตา ซึ่งต่อมา คสช. ได้แถลงขอเวลาประชาชน 1 ปี เพื่อจัดระเบียบและพาประเทศชาติให้พ้นภัย พร้อมกับออกอากาศเพลง "คืนความสุขให้ประเทศไทย" เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ที่ไม่มีอยู่จริง คสช. ใช้เวลานานกว่า 3 ปี กว่าจะยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วเสร็จ การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่ยกร่างโดยคนที่ตนเองแต่งตั้งเข้ามาและการเลือกตั้งที่ถูกเลื่อนแล้วเลื่อนอีก กินเวลาไปกว่า 5 ปี คนไทยถึงจะได้มีการเลือกตั้งอีกครั้ง ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า พลเอกประยุทธ์ ไม่เคยทำตามสัญญา การเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 และกลไก ส.ว. 250 คน ที่มาจากการสรรหาโดย คสช. กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พลเอกประยุทธ์ ได้ยึดครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง และเป็นการครองอำนาจต่อเนื่องนับจนถึงวันนี้ก็นานกว่า 7 ปี ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการสืบทอดอำนาจ ที่ส่งผลให้ประเทศถอยหลังไปเรื่อยๆ ในหลายมิติ