นายเทอดเกียรติ ขันธ์พิมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองการใช้ทุนการศึกษา กล่าวว่า ตามที่น้องโวลต์สอบติดนักเรียนแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจารย์ที่ปรึกษาน้องโวลต์ ได้แนะนำให้น้องโวลต์เปิดบัญชีรับบริจาค เนื่องจากทุนที่ใช้ในการเรียนแพทย์สูงมากถึงปีการศึกษาละประมาณ 8 หมื่นบาท ขณะที่ฐานะทางบ้านของน้องโวลต์ยากจน ทั้งนี้หลังจากเปิดบัญชีและมีสื่อโซเชียลนำเสนอข่าวออกไป ทำให้มีเงินบริจาคเข้ามาเป็นจำนวนมากถึง 3.7 ล้านบาท ขณะเดียวก็เกิดมีกระแสดรามา ส่งผลกระทบต่อจิตใจน้องโวลต์และคนในครอบครัว ในฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนต้นสังกัดเดิมของน้องโวลต์ จึงได้ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหาทางออกร่วมกัน โดยจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองการใช้ทุนการศึกษา และมีการประชุมเพื่อลงมติเห็นชอบกันในวันนี้
ด้านนายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากมีการแต่งตั้ง โดยมีนายอำเภอลงนามแต่งตั้งแล้ว คณะกรรมการทุกฝ่ายที่เป็นบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งการศึกษา สาธารณสุข ปกครอง ก็ได้ร่วมกันประชุมปรึกษาหารือร่วมกับน้องโวลต์และนางพรหมจันทร์ มารดาน้องโวลต์ ก่อนที่จะมีมติร่วมกันคือการจัดสรรจำนวนเงิน 3.7 ล้านบาทที่ได้จากการบริจาค เป็นดังนี้ 1. ค่าใช้จ่ายในการศึกษาตลอดหลักสูตรการเรียน 6 ปี จำนวน 1.7 ล้านบาท, 2. ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายอันอาจเกิดขึ้นระหว่างการศึกษา จำนวน 8 แสนบาท ซึ่งเพียงพอแล้วกับการเรียนแล้ว และ 3.มอบให้กับทางจังหวัด เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 1.2 ล้านบาท ตามความตั้งใจของน้องโวลต์ ทั้งนี้หลังจากคณะกรรมการมีมติเห็นพ้อง จึงได้ร่วมลงนามไว้เป็นหลักฐาน