พระมหาพรรณพนา ปญฺญาวโร กล่าวว่า เริ่มต้นมีโครงการก่อสร้างศาลาหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ทรุดโทรม ก็มีผู้รับเหมารายนี้เข้ามาติดต่อร้องขอเป็นผู้ก่อสร้าง รอบแรกก็ทำผ่านไปด้วยดี แต่พอมารอบสองเบิกเงินไปซื้อของจำนวน 220,000 บาท มาก่อสร้างได้ประมาณ 10% แล้วก็ไปๆ มาๆ จนหมดสัญญา ต่อมาว่าวันที่ 1 เมษายน 64 มาแจ้งว่าจะขอเข้ามาทำงานต่อ ญาติโยมกรรมการวัดรวมตนด้วยจึงไม่ยอม ต่อมาวันที่ 9 เมษายน เข้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ยว่าจะนำเงินส่วนที่เบิกเกินไปประมาณ 50,000 บาทมาคืนให้พร้อมเหล็กเส้นประมาณ 60 เส้น อาตมาก็ให้โอกาสอีกจนมาวันที่ 1 พ.ค. โทรหาก็ติดต่อไม่ได้ มาวันที่ 4 พ.ค.โทรกลับมาขอผ่อนผันอีกเป็นวันที่ 12 พ.ค. อาตมาถือใจซื่อก็ให้โอกาสอีก สุดท้ายหายไปเลยติดต่อไม่ได้ โทรไม่ติด จนมาเมื่อวานนี้จึงตัดสินใจโพสต์ลงเฟซบุ๊ก
ต่อมาเช้าวันนี้ผู้รับเหมารายนี้ภายหลังจากเห็นโพสต์ดังกล่าวจึงเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย พันธวงษ์ รอง สว.(สอบสวน)สภ.โซ่พิสัย ว่าพระมหาพรรณพนา ปญฺญาวโร เจ้าอาวาสวัดโนนงามศิริธรรม โพสต์สร้างความเสียหายให้โดยการโฆษณา จากนั้น ร้อยเวรได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยไกล่เกลี่ยกันที่โรงพัก หลังไกล่เกลี่ยเสร็จได้ทำบันทึกเจรจาข้อตกลง ว่าคณะกรรมการวัดฯ ได้ให้ผู้รับเหมาชดใช้เหล็กข้ออ้อยขนาด 12 หุน จำนวน 60 เส้น เหล็กขนาด 2 หุน จำนวน 60 เส้น และเงินสดจำนวน 50,000 บาท ให้แก่คณะกรรมการหมู่บ้านในฐานะผู้ว่าจ้างการก่อสร้างศาลาฯ เนื่องจากการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งผู้รับเหมายินดีชดใช้ให้ตามที่อีกฝ่ายเรียกร้องมา โดยเหล็กจะนำมาชดใช้ให้ในวันที่ 10 มิ.ย. และเงินสดขอแบ่งจ่ายเป็น 3 เดือน พร้อมทั้งขอให้พระมหาพรรณนา ปญญาวโร ลบโพสต์ที่ลงไปในเฟซบุ๊คด้วย ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดกัน เมื่อได้มีการเจรจาตกลงกันจนเป็นที่เข้าใจแล้ว" ฝ่ายพระมหาพรรณพนา และกรรมการวัด ยินดีรับข้อเสนอ ทั้ง 2 ฝ่ายจึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานต่อหน้าร้อยเวร
ด้าน น.ส.วัชราพร มุสิกา อายุ 33 ปีชาว จ.กาฬสินธุ์ ลูกสาวผู้รับเหมายอมรับว่า ครอบครัวตนรับเหมาทำศาลาการเปรียญรอบแรกเสร็จไปแล้ว มารอบ 2 เบิกเงินมาซื้อของพร้อมกับทำตามสัญญา ต่อมามีงานเข้ามาเยอะจึงสลับกันไปทำที่อื่นด้วยรับรองว่าไม่ได้ทิ้งงานแน่นอน เพราะครอบครัวตนมีอาชีพทำงานก่อสร้างศาลาวัดมาตั้งแต่เกิด ไม่คิดจะทำลายอาชีพตัวเองแน่นอน