15 พฤษภาคม 2564 คืบหน้า คดีนายจิรวัฒน์ รัตนกุลวิโรจน์ นามสกุลเดิมช่างถม ชื่อเล่นบิ๊ก อายุ 30 ปี อดีตพนักงานฝ่ายสินเชื่อของธนาคารแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองนครพนม อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 3 บ้านแมด ต.โพนบก อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ฉ้อโกงเงินจำนวน 7 ล้านบาท โดยผู้เสียหายชื่อนางมะลิ(นามสมมติ) อายุ 65 ปี มอบอำนาจให้นายณพล ใบเงิน ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.(หญิง) จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ให้ดำเนินคดีอาญากับอดีตพนักงานสินเชื่อรายนี้ ในข้อหาฉ้อโกงเป็นเงินจำนวน 7 ล้านบาท หรือข้อหาอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยนายบิ๊กรับสารภาพซัดทอดผู้ร่วมขบวนการอันประกอบด้วยนางกัญญาพัชญ์ ว่องไว ชื่อสกุลเดิม น.ส.สิริสุดา สุขเกษม ชื่อเล่นโจโจ้ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นบิว อายุ 30 ปี เดิมอยู่บ้านเลขที่ 87/1 หมู่ 4 ต.ท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 112/99 ถนนประชาร่วมมิตร ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน และสามีคือนายวีระชัย ว่องไว หรือท่อม อายุ 47 ปี มีที่อยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ 107 ถนนราชทัณฑ์ เขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นลูกชายนักธุรกิจเจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ปัจจุบันกำลังทำธุรกิจบ้านจัดสรรในเขตอำเภอเมืองนครพนม และห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญญรินทร์ที่นายท่อมเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
ล่าสุด นายณพล ใบเงิน ทนายความชื่อดังที่เป็นผู้รับอำนาจจากผู้เสียหายคือนางมะลิ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ผู้เสียหายได้ติดต่อให้ตนเป็นผู้รับมอบอำนาจเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม จึงได้รวบรวมพยานเอกสารหลักฐานต่างๆมาประกอบ เพื่อให้ในการแจ้งความดำเนินคดี เบื้องต้นได้เชิญนายบิ๊กผู้ถูกกล่าวหามาสอบถามข้อเท็จจริง ก็ทราบว่าไม่ได้กระทำการเพียงลำพังคนเดียว พร้อมเปิดเผยชื่อตามรายละเอียดข้างต้น โดยเฉพาะนางบิวนั้นเป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเดียวกัน เมื่อทราบตนเป็นพนักงานฝ่ายสินเชื่อธนาคาร ก็ชักชวนมาร่วมทำกิจการเกี่ยวกับที่ดินด้วยกัน โดยอ้างว่ามีนายทุนช่วยสนับสนุนด้านการเงิน