13 พฤษภาคม 2564 ความคืบหน้ากรณีนายเกรียงไกร สิมศิริวัฒน์ อายุ 34 ปี พนักงานส่งไปรษณีย์ไทย สาขาถนนกลางเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น นำกระเป๋าเงินแบบของผู้หญิง ทำจากหนังเทียมสีครีม เข้าแจ้งความกับร.ต.ท.หญิง พิมพ์พลอย สกุลมีฤทธิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อตามหาเจ้าของกระเป๋าเงิน โดยภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวนหนึ่ง และจี้สร้อยทอง แต่ไม่พบเอกสารที่ระบุถึงเจ้าของกระเป๋า โดยเก็บได้ขณะที่กำลังขับรถจักรยานยนต์นำจดหมายและพัสดุไปส่งบริเวณถนนกลางเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งภายในกระเป๋ามีเงินสดอยู่จำนวนหนึ่ง มีจี้สร้อยทอง แต่ไม่พบบัตรประชาชนหรือบัตรที่ยืนยันความเป็นเจ้าของกระเป๋าได้ จึงตัดสินใจหยุดการส่งจดหมายหรือพัสดุไว้ก่อน แล้วรีบขับรถจักรยานยนต์นำกระเป๋าเงินเข้ามาแจ้งความตามหาเจ้าของ
ภายหลังจากที่ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ตามสื่อสารมวลชนและสังคมออนไลน์ ล่าสุดได้มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของกระเป๋าเงิน ติดต่อขอรับกระเป๋าคืน ทราบชื่อคือนางสาวยุวดี กาสีชา อายุ 40 ปี ชาวตำบลพระลับ อ.เมืองขอนแก่น โดยได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายจี้สร้อยคอทองคำรูปหัวใจสาน ที่อยู่ในกระเป๋าเงินที่พนักงานส่งไปรษณีย์เก็บได้ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีลักษณะตรงกับจี้สร้อยคอทองคำดังกล่าว อีกทั้งยังสามารถระบุจำนวนเงิน และชนิดของธนบัตรที่อยู่ในกระเป๋าเงินได้ คือ ธนบัตรแบงค์ 1,000 บาท 3 ฉบับ ธนบัตรแบงค์ 500 บาท 1 ฉบับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกเป็นหลักฐาน แล้วส่งมอบคืนให้กับเจ้าตัว พร้อมกับโทรศัพท์แจ้งให้นายเกรียงไกร ผู้ที่เก็บกระเป๋าเงินได้ทราบเรื่องโดยนายเกรียงไกรบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้เดินทางกลับบ้านแล้ว จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ส่งมอบแทน