ประกอบกับราคาขายก็ต่ำกว่าท้องตลาดราวๆ 5 เปอร์เซ็นต์ และโดยปกติแล้วเซลล์บริษัทจะต้องเดินทางมาติดต่อกับตนเองโดยตรง แต่คราวนี้นายณัฐวัฒน์ อ้างว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและอยู่ในช่วงระบาดโควิดจึงไม่สะดวกที่จะเดินทางไปพบลูกค้า จึงตกลงซื้อขายแผ่นลามิเนตร์ จำนวน 100 แผ่น ในราคา 66,500 บาท พร้อมกับโอนเงินจำนวนดังกล่าว เข้าบัญชีธนาคารนายณัฐวัฒน์ ฤทธิ์บำรุงดุล จากนั้นตนเองพยายามติดต่อสอบถามเรื่องการส่งสินค้า ก็ไม่ได้รับคำตอบชัดเจน พร้อมกับอ้างว้างว่าสินค้าอยู่ระหว่างจัดส่ง ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้ เมื่อตรวจดูเฟซบุ๊กและเว็ปขายสินค้าก็ถูกปิดไม่สามารถใช้งานได้ จึงมั่นใจว่าตนเองถูกหลอกพร้อมกับนำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564
นายอนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า หลังแจ้งความตนเองได้นำเรื่องราวมาโพสต์ตามกลุ่มซื้อขายวัสดุก่อสร้างในเฟซบ๊ก ปรากฎว่ามีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อนายณัฐวัฒน์ ฤทธิ์บำรุงดุล มีทั้งร้านค้า ผู้รับเหมา และประชาชน ที่ต้องการสั่งซื้อวัสดุมาซ่อมแซมบ้าน รวมแล้ว 11 ราย สูญเงินรายละหลักหมื่นถึงแสนบาท มูลค่าความเสียหายล้านกว่าบาท แต่ละคนได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแต่ละพื้นที่แล้ว อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ และเมื่อตรวจสอบประวัติของนายณัฐวัฒน์ ฤทธิ์บำรุงดุล พบว่า มีหมายจับในคดีฉ้อโกง ตั้งแต่ปี 2560 ที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ปี 2562 ที่ สภ.แม่ปิง , สภ.เมืองพิจิตร, สน.ลำผักชี, ปี 2563 ที่ สภ.เมืองนครพนม,, สภ.เมืองกระบี่ , สน.ประเวศ ,สน.ลาดกระบัง สภ.แปลงยาว และปี 2564 ที่ สน.ประเวศ จนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีได้เลย