สืบเนื่องจากกรณีที่กรมราชทัณฑ์ได้มีการชี้แจงอาการป่วยของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ว่ามีการเคลื่อนย้ายการรักษาจากโรงพยาบาลรามาธิบดีกลับมายังโรงพยาบาลของราชทัณฑ์ขณะนี้ อยู่ระหว่างการรักษา เพนกวินเอง มีการตอบสนองดีขึ้นแต่ยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหารรับเพียงน้ำ และเกลือแร่ เท่านั้น โดยก่อนหน้านางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ ได้มีการออกมาระบุว่า ไม่สามารถติดต่อกับบุตรชายได้หลังจากที่ทราบข่าวว่าจะมีการย้ายโรงพยาบาล
ล่าสุดวันนี้(8 พ.ค. 2564)นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตั้งแต่ที่มี ข้อมูลว่าทางกรมราชทัณฑ์ จะมีการเคลื่อนย้ายนายพริษฐ์ กลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลของราชทัณฑ์ ทนายความรวมถึงครอบครัวยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆจากทางเรือนจำเลย ที่ผ่านมาทราบเพียงอาการ ของเพนกวิน จาก การบอกเล่า ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เพียงเท่านั้น ณขณะนี้ ยืนยันว่าทนายความและแม่ ยังไม่สามารถติดต่อพูดคุย กลับเพนกวิน เป็นการส่วนตัวได้เลย
การที่ราชทัณฑ์ ได้ให้ข้อมูลว่า เพนกวิน มีอาการดีขึ้น มีการตอบสนองดีขึ้น ทางทนายก็ไม่อาจทราบว่า เกณฑ์ ที่ตัดสินว่าดีขึ้น ของทางเรือนจำ คือแบบไหน ส่วนตัวของทนาย ต้องการที่จะพูดคุยกับลูกความ เพื่อสอบถามอาการ แทนครอบครัว และเพื่อ เตรียม ข้อมูล เพื่อใช้ในขั้นตอนกระบวนการพิจารณา
ด้านทนายความ ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า สถานการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ตน ไม่สามารถคาดการณ์ เหตุการณ์อะไรได้อีกแล้ว การที่ศาลนัดไต่สวนวันที่ 11 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ อาจจะไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้ อำนาจทุกอย่าง ตกอยู่ที่เรือนจำ ที่ผ่านมา หลายฝ่าย โยนเรื่องกันไปมา จนทำให้ ลูกความของตน พลาดการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาหลายครั้ง ฉะนั้นแล้วต่อจากนี้ จึงไม่สามารถคาดการณ์และคาดหวังได้อีก รวมไปถึงกรณีของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ด้วย ที่ถูกจัดรวมอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับเพนกวินว่าจะสามารถ มาตามนัดไต่สวนของศาลในวันดังกล่าวได้ ตามที่ศาลระบุหรือไม่
รวมไปถึง กรณีการขอยื่นประกันตัวของนายภานุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ที่แม่จะจัดเป็นคนละกลุ่มกับเพนกวินและเอมมี่ ทนายก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ไมค์ จะสามารถมาตามนัดไต่สวนได้ เพราะขณะนี้ตัวของไมค์เองถูกกักตัวเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 อยู่