นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในการขนส่งและกระจายวัคซีนโควิด19 ในสถานการณ์ฉุกเฉินเริ่มจากโรงงานผู้ผลิตวัคซีนบรรจุวัคซีนในหีบห่อที่รักษาอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม เช่น เก็บที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันวัคซีนเสื่อมสภาพ เมื่อวัคซีนถึงสนามบินในประเทศ วัคซีนจะถูกขนไปยังคลังเก็บสินค้าควบคุมอุณหภูมิภายในประเทศ (DKSH)
จากนั้นวัคซีนจะถูกตรวจสอบสภาพหีบห่อและตรวจนับจำนวนใช้เวลาประมาณ 1 วัน องค์การเภสัชกรรมจะทำการนำส่งตัวอย่างวัคซีนจำนวนหนึ่งให้กับสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งวัคซีนจะถูกตรวจสอบสภาพ จำนวน และอุณหภูมิขณะขนส่งอีกครั้ง
เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของวัคซีนก่อนการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ การวิเคราะห์คุณภาพของวัคซีนในห้องปฏิบัติการ จะดำเนินไปพร้อมกับพิจารณาเอกสารข้อมูลการผลิตและการควบคุมคุณภาพของผู้ผลิต (Summary Production Protocol) ที่ผู้ผลิตส่งมา ทราบผลการวิเคราะห์ในเวลา 2 วัน
จากนั้นจะออกหนังสือรับรองรุ่นการผลิตให้กับองค์การเภสัชกรรม ซึ่งเป็นผู้นำเข้าวัคซีน ก่อนที่องค์การเภสัชกรรมจะส่งมอบให้กับกรมควบคุมโรค โดยกรมควบคุมโรคร่วมกับบริษัทผู้นำเข้าวัคซีน บริษัทขนส่ง และโรงพยาบาลเป้าหมายประสานงานร่วมกัน ขนส่งวัคซีนไปยังจุดต่างๆ ทั่วประเทศ