วันนี้(5 พ.ค.) จากกรณี ศาลอาญานัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบูลส์ ในวันที่ 6 พ.ค.นี้ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกรณีที่ศาลได้นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวกับจำเลยทั้งสาม ประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1 น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จำเลยที่ 5 แกนนำกลุ่มราษฎร คดีปักหมุดสนามหลวงและ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบูลส์ จำเลยที่ 17 คดีปักหมุดเเละวางเพลิงที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
ทั้งสามคน ได้ปรึกษากับทางทนายความว่าหากศาลมีการกำหนดเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เช่นเดียวกันกับ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน สองแกนนำกลุ่มราษฎร ที่ได้รับการปล่อยตัวก่อนหน้านี้ ทั้ง 3 ก็ยินดีที่จะทำตามเงื่อนไขดังกล่าวเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
อย่างไรก็ตามนายกฤษฎางค์ เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าศาลจะกำหนดเงื่อนไขในแบบเดียวกันหรือไม่ เพราะเป็นเงื่อนไข ที่ศาลมีอำนาจตามของกฎหมาย ในการตั้งเงื่อนไข ทั้งนี้วิเคราะห์ว่า จำเลยทั้งสามคน ถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกัน กับไผ่และสมยศ ศาลอาจจะ มีการตั้งเงื่อนไขในลักษณะเดียวกันก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม หากผลการตัดสินของศาลยกคำร้องการขอปล่อยตัวชั่วคราว 3 แกนนำตนมองว่าเพนกวินและรุ้งอาจจะได้ รับอันตรายในปัญหาด้านสุขภาพที่ทั้งสองยังคงอดอาหาร อยู่ ส่วนที่วานนี้(4 พ.ค.)นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของเพนกวินไปยื่นหนังสือถึงโรงพยาบาลรามาธิบดีว่าขอให้งดการเคลื่อนย้ายตัวของเพนกวิน ตนมองว่าเป็นความห่วงใยส่วนตัวของมารดาที่มีต่อลูกเพราะเมื่อเพนกวินสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง หากมีการเคลื่อนย้ายบ่อยครั้งอาจจะกระทบต่อการรักษาและทำให้อาการทรุดหนักลง