คดีนี้สืบเนื่องจาก ส.ส.ของพรรคก้าวไกล 51 คน ยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(10) หรือไม่ รวมถึงคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของผู้กองธรรมนัส ต้องสิ้นสุดตามไปด้วยหรือไม่
ข้อกล่าวหาของพรรคก้าวไกล มาจากการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 63 (ปีที่แล้ว ซึ่งผู้กองธรรมนัสได้คะแนนไว้วางใจต่ำที่สุด) โดยฝ่ายค้านได้นำหลักฐานมาแฉกลางสภาว่า ศาลออสเตรเลียได้มีคำพิพากษาเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2537 ว่าผู้กองธรรมนัส หรือชื่อในขณะนั้นว่า "มนัส โบพรหม" หรือ "มนัส โบกพรหม" มีความผิดฐานนำเข้าและค้ายาเสพติด พิพากษาจำคุก 6 ปี แต่จำคุกจริง 4 ปี ก่อนถูกเนรเทศกลับประเทศไทย จึงมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง ส.ส. และรัฐมนตรี ตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ
สำหรับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องตามที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้อง และศาลรัฐธรรมนูญจะนำมาวินิจฉัย ประกอบด้วย
มาตรา 101 (6) สมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98
ย้อนไปดูมาตรา 98 พบว่า วงเล็บ 10 บัญญัติตอนหนึ่งว่า เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า
หาก "ผู้กองธรรมนัส" มีลักษณะต้องห้ามในเรื่องนี้ ก็จะขาดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. และพ้นจากการเป็นรัฐมนตรีทันที เนื่องจากมาตรา 160(6) ระบุว่า คุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 เช่นเดียวกัน / หากขาดคุณสมบัติข้อนี้ ผู้ที่เป็นรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่เป็นการเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170