นายอุเทน หาแก้ว รอง สสจ.อุดรธานี กล่าวอีกว่า จะดำเนินการตรวจในกลุ่มเสี่ยง 11 ประเภท หรือผู้เดินทางกลับจากสถานที่แออัดหรือไปร่วมงานในต่างจังหวัด (จังหวัดเสี่ยง 50 จังหวัด) เช่น งานบุญ งานบวช งานศพ งานรื่นเริง และจะเร่งตรวจกลุ่มเสี่ยงจาก ตลาดสด,ครอบครัวและกลุ่มเสี่ยง ,ผับ บาร์ สนามมวย สนามไก่ชน ,ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า ,โรงงานสถานประกอบการ ,สถานีขนส่ง สนามบิน ,สถานที่ราชการ ,แรงงานต่างด้าว ศาสนสถาน โรงเรียน สถานที่ท่องเที่ยว และกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง
"ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ รายที่ 348 356 กลุ่มแรกผู้สัมผัสในคณะวงดนตรีหมอลำที่บ้านดุง (รายที่ 330 332 333 348 349 350 ) กลุ่ม 2 ผู้สัมผัสร่วมบ้าน พ่อมาจากกรุงเทพมหานคร (รายที่ 351 352) กลุ่ม 3.เพื่อน คนใกล้ชิด รับประทานอาหารด้วยกันไม่สวมหน้ากาก กลุ่ม 4.ผู้เดินทางมาจากจังหวัดที่ประกาศเป็นจังหวัดสีแดง (ตามประกาศจังหวัดอุดรธานี 22 จังหวัด) และ กลุ่ม 5.เดินทางไปหลายจังหวัด ซึ่งจังหวัดอุดรธานีไม่ได้ประกาศเป็นจังหวัดสีแดง (จ.ชัยภูมิ) ส่วนผู้เสียชีวิต รายที่ 2 ของอุดรธานี เป็นรายที่ 166 เพศชาย อายุ 64 ปี ข้าราชการบำนาญ อยู่ตำบลบ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ไม่มีโรคประจำตัว หลังจากทราบผลตรวจของภรรยา (ผู้ป่วยยืนยัน รายที่ 134) ในวันที่ 17 เม.ย.จึงเข้ารับการตรวจเชื้อโควิด- 19 วันที่ 18 เม.ย. เวลา 02.10 น. ตรวจพบเชื้อ COVID- 19 รับการรักษาที่ รพ.อุดรธานี และวันที่ 30 เม.ย. เสียชีวิต เมื่อเวลา 21.45 น."
นพ.สุมน ตั้งสุทรวิรัตน์ รอง ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 2 รับเข้ารักษาเมื่อวันที่ 18 เม.ย. วันที่ 22 เม.ย. เริ่มมีอาการเหนื่อยต้องให้ออกซิเจน 26 เม.ย.ต้องใช้ออกซิเจนแรงดันสูง มีอาการปอดอักเสบมากขึ้น 27 เม.ย.ต้องใส่ท่อช่วยหายใจเนื่องจากมีภาวะหายใจล้มเหลว 28 เม.ย.มีภาวะเลือดเป็นกรด ภาวะไตวายเฉียบผลันต้องฟอกเลือดล้างไต เก็บเลือดไปเพาะเชื้อพบว่าติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดแทรกซ้อน 30 เม.ย.อาการทรุดหนักมากขึ้น ความดันลดต่ำลง ปัสสาวะไม่ออก และเสียชีวิตในที่สุดเมื่อเวลา 21.45 น. และได้ทำการฌาปนกิจศพในช่วงเช้าของวันที่ 1 พ.ค.ที่วัดโพธิสมภรณ์ เพื่อลดการสัมผัส ทำพิธีการเผาศพอย่างเรียบง่าย