โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ระบุว่าสหภาพยุโรป (EU) ยื่นฟ้องแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) บริษัทเภสัชภัณฑ์รายใหญ่ กรณีไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงจัดส่งวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แก่ประเทศสมาชิกตามจำนวนที่กำหนด

สเตฟาน เดอ เคียร์ชแมกเกอร์ โฆษกด้านสุขภาพของคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่าเมื่อวันศุกร์ (23 เม.ย.) สหภาพยุโรปเริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ผลิตวัคซีนข้ามชาติสหราชอาณาจักร-สวีเดน หลังการเจรจาประสบความล้มเหลว กรณีแอสตราเซเนกา "ไม่สามารถจัดทำยุทธศาสตร์ที่น่าเชื่อถือเพื่อการจัดส่งวัคซีนอย่างทันท่วงทีได้"
วัคซีนของแอสตราเซเนกาเป็นหนึ่งในสี่วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่สหภาพยุโรปให้การอนุมัติ และเคยถูกวางให้เป็นกำลังหลักในโครงการฉีดวัคซีนขนานใหญ่ของภูมิภาค แต่ต่อมาไม่นานสหภาพยุโรปทราบว่าบริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงสั่งซื้อล่วงหน้าที่มีการลงนามกับคณะกรรมาธิการฯ ได้ ทั้งยังไม่สามารถจัดส่งวัคซีนตามปริมาณที่กำหนด
คณะกรรมาธิการฯ กล่าวเตือนหลายครั้งว่าไม่สามารถยอมรับการจัดส่งที่ล่าช้าได้ ทั้งยังสร้างกลไกการส่งออกที่โปร่งใสขึ้นในเดือนมกราคม เพื่อกำกับดูแลการขนส่งวัคซีนที่ผลิตในสหภาพยุโรป ปัจจุบันแอสตราเซเนกาเป็นผู้ผลิตวัคซีนเพียงรายเดียวที่ถูกระงับการขนส่งวัคซีนไปยังนอกภูมิภาคภายใต้กลไกดังกล่าว
"สิ่งสำคัญสำหรับเราคือต้องการทำให้มั่นใจว่าผู้ผลิตจะจัดส่งวัคซีนในปริมาณที่เพียงพออย่างรวดเร็วตามที่พลเมืองยุโรปสมควรได้รับและตามข้อผูกพันในข้อตกลง" โฆษกกล่าว