"กลาโหม" ทุ่มทุกสรรพกำลังสู้โควิด เร่งจัดทำห้องไอซียู แปรสภาพสถานกักตัวควบคุมโรคที่กระทรวงดูแลอยู่ จำนวน 22 แห่ง เป็น Hospitel และให้สถานกักตัวที่พร้อมแปรสภาพจำนวน 7 แห่งรองรับผู้ป่วย1,712 เตียง ให้ใช้ได้ภายในเดือนพ.ค.นี้ พร้อมจัดหารถพยาบาลและบุคลากรช่วย 1668

พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในการประชุมหน่วยงานขึ้นตรงกับกระทรวง เหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในที่ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ว่า ได้กำชับทุกเหล่าทัพ ขอให้เร่งขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่สั่งการให้เร่งระดมทรัพยากรที่มีอยู่เข้าไปเสริมการรับมือกับสถานการณ์โควิด ที่ปัจจุบันมีผู้ป่วยติดเชื้อและรอรับการรักษามากขึ้น โดยขอให้เร่งจัดทำห้องผู้ป่วยหนัก ( ICU ) และขยายความสามารถของโรงพยาบาลทหาร พร้อมทั้งจัดหาพื้นที่ในหน่วยทหารเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับการสนับสนุนหน่วยราชการในพื้นที่ จัดทำโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้น โดยให้ประสานทำงานกับกระทรวงสาธารณสุข ให้มีปริมาณเตียงเพียงพอ รองรับผู้ป่วยในแต่ละสัปดาห์ที่มีการประเมิน พร้อมทั้งให้จัดรถพยาบาลจากโรงพยาบาลทหาร รวมการให้การสนับสนุน ศปก.ศบค. และศูนย์เอราวัณ รับและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตกค้างเข้ารับการรักษา

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เร่งแปรสภาพสถานกักตัวควบคุมโรคของรัฐ ( SQ ) ที่ กระทรวงดูแลอยู่ รวม 22 แห่ง เป็นหอผู้ป่วย ( Hospitel ) รองรับผู้ป่วยที่ฟื้นตัวจากโรงพยาบาลโดยเร็ว โดยให้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุขและผู้ประกอบการที่มีความพร้อม ทั้งนี้ให้ SQ ที่พร้อมแปรสภาพเป็น Hospitel แล้ว จำนวน 7 แห่ง รองรับผู้ป่วยได้ 1,712 เตียง สามารถปฏิบัติงานได้ภายในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะเดียวกันขอให้ประสานกับกระทรวงต่างประเทศ เพื่อบริหารจัดการ SQ ที่เหลืออยู่ให้เพียงพอกับปริมาณคนไทยในต่างประเทศที่ประสงค์เดินทางกลับต่อไป

พลเอก ชัยชาญ ยังได้ย้ำนโยบายของนายกฯ ที่ขอให้ทุกเหล่าทัพพิจารณาจัดบุคลากรในสายงานแพทย์ที่ผ่านการอบรม เข้าไปช่วยเสริมการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข ในการรับสายด่วน 1668 เพื่อรองรับปริมาณการแจ้งและดูแลผู้ป่วยที่มีมากขึ้นพร้อมทั้งขอให้พิจารณาสนับสนุน กรุงเทพมหานคร เป็นการเร่งด่วน ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่คลองเตย ซึ่งมีผู้ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการรักษาและควบคุมโรคร่วมกันในภาพรวม