ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสำนักปฏิบัติธรรมผาหินเพิงดังกล่าว เป็นที่ดินของหลวง มีชาวบ้านเข้าไปจับจองทำกินรายละ4-5ไร่ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อปี2541ให้ป่าไม้สำรวจหาผู้ครอบครองประกอบอาชีพจริง เพื่อจัดสรรให้เป็นที่ทำกินของชาวบ้าน ส่วนที่ตั้งสำนักปู่องค์ดำมีประมาณ20ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาตรวจสอบก็จะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งมีแนวโน้มว่าน่าจะคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้และทำการฟื้นฟูตามกระบวนการ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังพบเศษซากหินทรายที่เคยมีพระภิกษุที่มาธุดงค์และพักอยู่ที่นี่ ได้แกะสลักเป็นพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่บริเวณใต้ผาหิน ถูกทุบทำลายจนแตกเสียหายทั้งหมด แต่จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบกลับไม่พบหลวงปู่พุทธะ หรือปู่องค์ดำ หรือลูกศิษย์อยู่แม้แต่คนเดียว
จากการสอบถามนายปัด อายุ64ปี ชาวบ้านโคกเขารายหนึ่ง บอกว่า ที่ดินบางส่วนที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมผาหินเพิง เป็นที่ดินของตัวเองที่ได้รับการจัดสรรให้ทำกิน ซึ่งเมื่อประมาณปี2559ตนได้ยกที่ดินบางส่วนให้กับหลวงปู่พนม ที่เคยมาธุดงค์ยังที่พักสงฆ์แห่งนี้ ส่วนพระพุทธรูปพระนอนนั้นแกะสลักจากหินทรายใช้เวลาทำกว่า1ปี แต่พอปู่องค์ดำเข้ามาอยู่ก็มีการเคลื่อนย้ายพระนอนไปทำการทุบทำลายทิ้ง เหมือนกับไม่ต้องการให้เคาระบูชาพระพุทธรูป แต่ให้ไปกราบไหว้รูปปั้นที่ก่อสร้างคล้ายหน้าของตัวเอง แทน ซึ่งลุงปัดบอกว่ารู้สึกเสียใจเพราะเมื่อก่อนก็เคยมากราบไหว้ขอพรต่างๆ แต่ตอนนี้ถูกทุบทำลายทิ้งไปแล้ว