หลังจากที่ทหารเมียนมายิงเรือไทยในวันที่ 18 เมษายน 2564 เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทย ฐานปฏิบัติการบ้านท่าตาฝั่ง กับทหารเมียนมาได้เดินทางไปพบปะกับพ.ต.โซโมยะ รอง ผบ.พัน.คร.340 ฐานฯด๊ากวิน ซึ่งอยู่ตรงข้ามฐานทหารไทย โดยผลการเจรจา ทางทหารเมียนมาได้แจ้งว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้ตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าฐานฯด๊ากวิน โดยเรือทุกลำที่แล่นผ่านจุดตรวจดังกล่าว ต้องจอดเพื่อให้ทำการตรวจสอบสิ่งผิดกฎหมายและเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนชาวเมียนมาที่ประท้วงรัฐบาลหลบหนีเข้าไทย ส่วนการยิงเรือนั้นเป็นการยิงขู่ แต่กระสุนอาจจะแฉลบไปโดนเรือและตั้งแต่นี้ไปให้ทางบ้านแม่สามแลบ ส่งยอดจำนวนเรือที่จะวิ่งผ่านจุดตรวจของทหารเมียนมาให้ฐานฯด๊ากวินด้วย โดยมีข้อแม้ว่าทางฝ่ายทหารเมียนมาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับประชาชนชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บริเวณ บ้านอีทูโกร และบ้านอูแวโกร
สำหรับเครื่องบินที่บินเข้ามาในพื้นที่ของกองพลน้อยที่ 5 เคเอ็นยู เป็นการบินในพื้นที่ของฝ่ายทหารกะเหรี่ยงไม่ได้ไปรบกวนประชาชนกะเหรี่ยงแต่อย่างใด ส่วนการใช้เครื่องบินโจมตีเคเอ็นยูนั้น เนื่องจากทางเคเอ็นยู มีการวางพลซุ่มยิงและวางกับระเบิดในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และขอให้ฝ่ายไทยเจรจากับเคเอ็นยู ให้ทหารเมียนมาสามารถส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารและเสบียงกรังให้กับฐานทหารเมียนมาที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวินได้อย่างสะดวก และนอกจากนั้นของให้ไทยช่วยเจรจากับเคเอ็นยู ให้อำนวยความสะดวกในการเข้ามาซื้อสินค้าและอาหารที่บ้านแม่สามแลบได้ ส่วนเรือของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน หากจะวิ่งในลำน้ำสาละวินให้ติดธงไทยไว้ที่หัวเรือและท้ายเรือ ทางทหารเมียนมาจะไม่ยิง แต่หากเป็นเรือชาวบ้านทั่วไปหากไม่แวะป้อมยามรักษาการณ์ของเมียนมาจะถูกยิงทุกลำ
ล่าสุดสถานการณ์ในเขตเมียนมาพื้นที่รับผิดชอบของ กองพลน้อยที่ 5 เคเอ็นยู เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2564 ทหารเมียนมาสังกัด พัน.ร.19 จำนวน 40 นาย , พัน.คร.341 ส่วนหน้า จำนวน 40 นาย , พัน.คร.434 ส่วนหน้า จำนวน 40 นาย และ พัน.คร.340 จำนวน 40 นาย รวม 160 นาย พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ เดินทางออกจากที่ตั้งภาคทหารบกตะวันออกเฉียงใต้ จ.เมาะละแหม่ง รัฐมอญ ผ่านพื้นที่ จ.ผาอัน ไปถึงบ้านซอแบวเดอ จ.ผาปูน รัฐกะเหรี่ยง เดินทางเข้าสู่พื้นที่ เขตยึดครองของทหารกะเหรี่ยงสังกัด กองพลน้อยที่ 5 เคเอ็นยู ตรงข้ามพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ห่างชายแดนไทย-เมียนมาประมาณ 40 กม. เพื่อสนับสนุนและคุ้มกันเส้นทางในการเข้าโจมตีทหารกะเหรี่ยง แต่กองทหารเมียนมาดังกล่าวยังไม่สามารถปฏิบัติการได้ เนื่องจากถูกทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ส่งกำลังไปปิดล้อมและสู้รบกันอยู่