เนชั่นทีวี

ข่าว

มิจฉาชีพ ตระเวนหลอกร้านค้าเปลี่ยนยางตู้แช่เย็น เรียกเก็บเงินแพงลิ่ว

20 เม.ย. 2564 | jitima_chum

มิจฉาชีพ ตระเวนหลอกร้านค้าเปลี่ยนยางตู้แช่เย็น เรียกเก็บเงินแพงลิ่ว

นครราชสีมา มิจฉาชีพตระเวนก่อเหตุ หลอกร้านค้าเปลี่ยนยางขอบประตูตู้แช่เย็น อ้างเป็นช่างมาจากศูนย์บริการ ก่อนเรียกเก็บเงินแพงลิ่ว เกือบกดเงินจ่ายแต่เจ้าของร้านไหวตัวทัน แจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบรีบเผ่น

20 เมษายน 2564 ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านขายของชำแห่งหนึ่ง แสดงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพขับรถเก๋งสีเขียว มาจอดตรงข้ามร้าน ก่อนเดินข้ามมาเปิดตู้แช่เย็นเพื่อซื้อสินค้า ก่อนแจ้งกับเจ้าของร้านว่า ยางขอบประตูตู้เย็นเสื่อมสภาพ เก็บความเย็นไม่อยู่ มีน้ำไหลเยิ้มออกมานอกตู้ ก่อนอ้างตัวว่า เป็นช่างจากศูนย์บริการในการติดตามซ่อมแซมตู้แช่เย็นดังกล่าว ก่อนเสนอเปลี่ยนอะไหล่ให้ในราคาถูก หลังจากเปลี่ยนอะไหล่เสร็จกลับเรียกราคาแพงลิ่ว เจ้าของร้านไหวตัวทัน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุ ก่อนคนร้ายรีบเผ่นแนบไปอย่างรวดเร็ว








มิจฉาชีพ ตระเวนหลอกร้านค้าเปลี่ยนยางตู้แช่เย็น เรียกเก็บเงินแพงลิ่ว















มิจฉาชีพ ตระเวนหลอกร้านค้าเปลี่ยนยางตู้แช่เย็น เรียกเก็บเงินแพงลิ่ว

  









จากการลงพื้นที่ร้านบุญแถมการเกษตร บ้านโคกกลาง ตำบลโคกกลาง อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา พบกับแม่บุญแถม นาเมืองรักษ์ เจ้าของร้านที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพเล่นงาน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นภาพของที่ร้านได้บันทึกไว้ หลังจากกลุ่มมิจฉาชีพได้มาทำทีซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่ในตู้แช่ ก่อนจะแจ้งกับตนเองว่า เป็นช่างมาจากศูนย์บริการที่ออกมาติดตามบริการหลังการขาย พร้อมมีเอกสารแสดงตัว ตนเองก็หลงเชื่อ เนื่องจากตู้แช่ดังกล่าวตนเองเพิ่งซื้อได้เพียง 3 เดือน จึงให้คนกลุ่มนั้น ทำการตรวจสอบตู้แช่ได้ตามหน้าที่ของบริษัท ก่อนจะแจ้งว่ายางขอบตู้แช่ชำรุดไม่สามารถเก็บความเย็นได้ ต้องเปลี่ยนใหม่ จึงเสนอเปลี่ยนให้ในราคาเมตรละ 160 บาท ตนเองเห็นว่าราคาไม่แพงมากจึงได้ตัดสินใจให้เปลี่ยนได้เลย









มิจฉาชีพ ตระเวนหลอกร้านค้าเปลี่ยนยางตู้แช่เย็น เรียกเก็บเงินแพงลิ่ว











มิจฉาชีพ ตระเวนหลอกร้านค้าเปลี่ยนยางตู้แช่เย็น เรียกเก็บเงินแพงลิ่ว

























แต่หลังจากเปลี่ยนยางขอบตู้เย็นเสร็จ กลับแจ้งราคาว่า มีการเปลี่ยนท่อทองแดงและแผ่นแม่เหล็กด้านในตู้แช่ด้วยทำให้ราคาอะไหล่ทั้งหมด เป็นเงิน 6,630 บาท ตนเองก็ตกใจเพราะเป็นราคาที่แพงมาก จึงได้โทรศัพท์แจ้งให้สามีไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มมาให้ ซึ่งในระหว่างทางก็นึกเอะใจ ได้ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตู้สายตรวจมาช่วยเจรจา ซึ่งทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง กลุ่มคนร้ายก็มีท่าทีกระวนกระวาย ก่อนบ่ายเบี่ยงว่าไม่มีเงินก็บอกกันดี ๆ ไม่เห็นต้องแจ้งตำรวจเลย ตนก็ได้แจ้งว่า จะให้เงินเป็นค่าแรงในจำนวนที่สมเหตุสมผล เพราะถือว่ามาเปลี่ยนอะไหล่ให้แล้ว และอย่าไปทำพฤติกรรมเช่นนี้กับที่อื่นอีก มันเป็นบาป ซึ่งเมื่อคนร้ายรับเงินที่ก็รีบหอบเอกสารวิ่งหนีขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงอยากฝากเตือนภัยโดยเฉพาะร้านขายของชำที่มีผู้สูงอายุดูแลร้านเพียงลำพัง เป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มมิจฉาชีพ

ข่าวล่าสุด