ผู้ว่าโคราช สั่งจับตาตั้งด่านเฝ้าระวังคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงจาก 3 อำเภอ ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด พร้อมสั่งปิดสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชั่วคราว ยกระดับควบคุมการแพร่ระบาดของโรค

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา วันนี้ (19 เมษายน 2564) นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด19 ระลอกใหม่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวพันกับคลัสเตอร์ สถานบันเทิง ทางทีมสาธารณสุขได้เร่งลงพื้นที่สืบสวนโรคเพื่อค้นหาผู้ป่วยเชิงลึกจากคลัสเตอร์นี้ แต่ยังควบคุมได้ไม่ครอบคลุม ทำให้เกิดผู้ป่วยรายใหม่ต่อเนื่อง ทางจังหวัดฯ จึงต้องยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมไม่ให้โรคติดเชื้อโควิด19 แพร่กระจายไปในวงกว้าง








ปิดสนง.พาณิชย์จังหวัดตั้งด่านเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูง 3 อำเภอ





 




ซึ่งที่ผ่านมา ได้สั่งจับตาเฝ้าระวังบุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงควบคุมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น ชลบุรี เชียงใหม่ ตราด นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต ระยอง สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระแก้ว สุพรรณ และจังหวัดอุดรธานี จะต้องรายงานตัว ตรวจคัดกรอง และดำเนินการตามมาตรการที่สาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด รวมไปถึง โรงแรม อพาร์ทเม้นท์ รีสอร์ท สถานประกอบการโรงงาน หรือสถานที่พักคนงานก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ให้บุคคลที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดดังกล่าวเข้าพัก จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการตรวจติดตามโรค ตามมาตรการควบคุมโรคติดต่อของกระทรวงสาธารณสุข

ปิดสนง.พาณิชย์จังหวัดตั้งด่านเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูง 3 อำเภอ

ปิดสนง.พาณิชย์จังหวัดตั้งด่านเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูง 3 อำเภอ

ส่วนพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ที่พบการระบาดของโควิด19 สูง ได้แก่ ตำบลกลางดง และตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง , ตำบลห้วยบงหรือตำบลใกล้เคียง อำเภอด่านขุนทด และอำเภอวังน้ำเขียว ได้มีประกาศสั่งการให้ตั้งด่านบูรณาการ เพื่อเฝ้าระวังและคัดกรองผู้มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคแล้ว นอกจากนี้ ได้มีคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคติดต่ออันตรายด้วย โดยล่าสุด สั่งปิดชั่วคราวสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา ในกลุ่มทะเบียนธุรกิจและอำนวยความสะดวกทาการค้า แต่จะเปิดให้บริการบางประเภทเท่านั้น อาทิ การจดทะเบียนนิติบุคคล การให้บริการหนังสือรับรองนิติบุคคล และการยื่นเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมให้โควิด19 แพร่ระบาดกระจายเป็นวงกว้าง