สำหรับสถาบันการสร้างชาติ (NBI) ได้จัดตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาภาวะการนำ ภาวะการบริหาร และภาวะคุณธรรมให้กับผู้บริหารในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ เพื่อร่วมบูรณาการงานในการสร้างชาติและนำประเทศไทยให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สถาบันฯ ได้จัดการเรียนการสอนในหลักสูตร "นักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ (นสช.)" โดยมุ่งจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างผู้เรียนให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Maker) ในทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เพื่อร่วมสร้างชาติในบทบาทที่เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละท่าน พร้อมนำประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสัมฤทธิ์ นักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ รุ่นที่ 9 มีภารกิจในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการจัดตั้งชมรมเยาวชนสร้างชาติรุ่นที่ 8 ต่อเนื่องในเวลา 2 ปีซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2565 ในพื้นที่ 8 จังหวัด ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช นักเรียนชั้นมัธยมปลายเข้าร่วมจำนวน 1,500 คน ร่วมถึงการจัดอบรมครูสร้างชาติ 350 โรงเรียน ทั้งนี้เพื่อให้โครงการดังกล่าวมีความยั่งยืน จึงได้มีการแต่งตั้งบัณฑิตครูอาสา จำนวน 24 คน ที่ได้ผ่านการอบรมให้มีอุดมการณ์ ดี เก่ง กล้า เป็นต้นแบบให้เยาวชน ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ รุ่นที่ 9 ในการดูแลการจัดตั้งชมรมเยาวชนสร้างชาติ 350 แห่ง ในโรงเรียนและขยายผลส่งต่อได้ในพื้นที่จังหวัดที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง. โดยรายได้จากการจัดงานดังกล่าวหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปมอบเป็นทุนในการดูแลบัณฑิตครูอาสา และสนับสนุนการจัดตั้งชมรมเยาวชนสร้างชาติ ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ตอนบนเพื่อให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทยต่อไป
ด้าน พท.ภ.บัญชา. สุวรรณธาดา ที่ปรึกษาโครงการการปลูกกัญชาทางการแพทย์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร และที่ปรึกษาโครงการพัฒนาการแพทย์ไทยร่วมสมัย รพ.มะเร็ง อุดรธานี ในฐานะประธานฝ่ายการจัดงาน ได้พูดไฮไลท์ของการจัดเวทีเสวนาครั้งนี้ว่า คือการเปิดพื้นที่ให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ได้มาแลกเปลี่ยนประเด็นที่มีนัยสำคัญของกัญชา เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ชัดเจน และตรงประเด็นถึงทิศทางการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาสารออกฤทธิ์กัญชาทางการแพทย์ ซึ่งเป็นตำรับยาที่สำคัญของบรรพบุรุษมีประวัติการใช้มาอย่างยาวนานให้นักธุรกิจไทยมองเห็นภาพรวมว่าจะสามารถต่อยอดให้ตำรับยาโบราณของไทยขนานนี้ให้เป็นสารออกฤทธิ์ทางการแพทย์ที่สากลยอมรับได้อย่างไร
โดยวิทยากรที่จะมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ การพัฒนาการนำกัญชากัญชงไปใช้ทั้งทางด้านการแพทย์และการพานิชย์ ตลอด 2 วัน รวมกันถึง16 ท่าน ประกอบด้วย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์. เจริญวงศ์ศักดิ์ ที่จะมาฉายภาพรวมของอุตสาหกรรมกัญชง กัญชา ว่าจะนำพาประเทศไทยให้พ้นกับดักความยากจนได้อย่างไร ร่วมด้วยนายแพทย์อิสระ เจียรวิริยะบุญญา ที่จะมาเล่าถึงศาสตร์การแพทย์บูรณาการคลินิกรักษามะเร็งและการผลิตยาสมุนไพร ,รศ.ดร.วีรชัย. พุทธวงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่จะมาเล่าถึงการขออนุญาตปลูกกัญชาและเทคนิคการสกัดสาร CBD และการนำไปใช้ ,ผศ.ดร.โฆษิต. ศรีภูธร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ที่จะร่วมวงเสวนาบอกเล่าการเข้าถึงใบอนุญาตและการจับมือกับมหาวิทยาลัยในความร่วมมืองานวิจัย ร่วมกับ รศ.ดร.นพ.ธวัชชัย กมลธรรม ประธานหลักสูตรกัญชาเวชศาสตร์ วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มรภ. สวนสุนันทา