จากนั้นมานำขบวนได้พัฒนาฝีมือขึ้นมา กลายเป็นยอดมวยที่ชกได้สวยงาม และกลายเป็นมวยเอกค่าตัวเงินแสน นำขบวนมีท่าไม้ตายทีเด็ดคือ "ไถนา" คือการจับขาของคู่ชกแล้วไถดันไปข้างหลังให้เสียหลัก จึงได้รับฉายาจากแฟนมวยว่า "จอมไถนา" จากการที่นำขบวนชอบใช้ลูกไถนานี้จึงได้มีการประชุมกติกาและตกลงกันใหม่ว่า ห้ามนักมวยไทยใช้ลูกไถนานี้อีก เนื่องจากเป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้ ซึ่งยังใช้เป็นกติกามาจนปัจจุบัน นำขบวนเคยสร้างประวัติศาสตร์โดยเป็นแชมป์รุ่นจูเนียร์ไลท์เวท (130 ปอนด์) ของเวทีลุมพีนียาวนานถึง 6 ปี โดยไม่มีใครสามารถชิงแชมป์ได้ จนต้องสละตำแหน่งไป และเคยเป็นแชมป์ของสภามวยไทยโลกด้วย โดยมีค่าตัวการชกสูงสุดถึง 260,000 บาท
หลังจากเลิกชกมวยนำขบวน ก็ได้มาเปิดร้านขายหมูกระทะ อยู่บริเวณถนนสืบศิริ อ.เมือง จ.นครราชสีมา และไปสอนมวยไทยอยู่ที่ไทเกอร์มวยไทย ยิมมวยที่ จ.ภูเก็ต แต่ภายหลังจากที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดในระลอกที่ 2 ก็ได้กลับมาช่วยภรรยาขายหมูกระทะเหมือนเดิม จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 ได้ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งปอดระยะที่ 4 จึงได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จนกระทั่งมะเร็งได้ลุกลามขึ้นสมอง และเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 7 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 22.00 น. รวมอายุ 48 ปี