ค้านตั้งมัสยิดอำเภอคงแจ้งความเอาผิดไม่ขออนุญาต
06 เม.ย. 2564 | sumalee

องค์กรปกป้องพุทธศาสนาบุกยื่นหนังสือค้านก่อสร้างมัสยิดที่อำเภอคง เมืองย่าโม พร้อมขอแบบอนุญาตก่อสร้าง พบไม่มีเอกสารรับรองลุยแจ้งความดำเนินคดีระงับการก่อสร้าง
ข่าว
06 เม.ย. 2564 | sumalee

องค์กรปกป้องพุทธศาสนาบุกยื่นหนังสือค้านก่อสร้างมัสยิดที่อำเภอคง เมืองย่าโม พร้อมขอแบบอนุญาตก่อสร้าง พบไม่มีเอกสารรับรองลุยแจ้งความดำเนินคดีระงับการก่อสร้าง
จากกรณีชาวบ้านและพระสงฆ์ในอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการติดป้ายข้อความในการคัดค้านการก่อสร้างมัสยิด เพื่อประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิมในพื้นที่ เพราะเกรงว่าอาจจะได้รับผลกระทบเป็นมลพิษทางเสียงและกระทบกับวิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ ประกอบกับการก่อสร้างมัสยิดดังกล่าวมีการดำเนินการไปแล้วกว่า30%แต่ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีใครรับทราบรายละเอียดเลย และทันทีที่ชาวบ้านทราบว่าเป็นการก่อสร้างมัสยิดจึงเกิดกระแสการต่อต้านขึ้นมาทันที
ล่าสุด วันนี้ (6 เมษายน 2564) ทางองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติ พร้อมด้วยคณะลงพื้นที่วัดบ้านโนนสีฟัน ตำบลขามสมบูรณ์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อพบและแลกเปลี่ยนให้ความรู้กับคณะสงฆ์และชาวบ้านถึงผลกระทบที่จะตามมาในกรณีที่ก่อสร้างมัสยิดแล้วเสร็จ พร้อมเดินทางไปที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตำบลเมืองคง เพื่อขอดูเอกสารการขออนุญาตก่อสร้าง พบว่าตามแบบเป็นการขออนุญาตสร้างมัสยิด คสล.1ชั้น เพื่อใช้เป็นศาสนสถาน (มัสยิด) ขนาด480ตร.ม. แต่เมื่อทางองค์กรฯสอบถามเอกสารประกอบทั้งการทำประชาพิจารณ์ของชาวบ้านรอบบริเวณและเอกสารรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัด กลับไม่ได้มีการขออนุญาตมาก่อน จึงเข้าข่ายเป็นการอนุญาตไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จากนั้นจึงได้เข้ายื่นหนังสือที่ฝ่ายปกครองที่ว่าการอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้ระงับการก่อสร้างมัสยิดดังกล่าว เพราะเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ทราบเรื่องด้วย ไม่มีการประชาคมสอบถามชาวบ้าน ถือว่าเป็นการลักไก่ก่อสร้างโดยอ้างเพียงเอกสารการขออนุญาตจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมแจ้งดำเนินคดีกับผู้ที่อนุญาตให้ก่อสร้าง เพราะถือว่าผิดกฎหมายมาตรา157ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่1-10ปี หรือปรับตั้งแต่2,000-20,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งทางองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติจะได้ติดตามและคัดค้านเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด