ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ขณะนี้ Scope ของกลุ่มที่ต้องดำเนินการเชิงรุกและเฝ้าระวังมีทั้งหมด 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้คุมและผู้ต้องขังในเรือนจำ 2.กลุ่มที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 16 องค์กร และ 3.กลุ่มที่ไปร่วมกิจกรรมจากจังหวัดอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ในส่วนของจังหวัดนราธิวาส ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดินทางกลับมาแล้ว และได้เข้ารายงานตัวที่ Local Quarantine ภายในสนามกีฬา กกท.จ.นราธิวาส โดยได้มีการไล่เรียง Timeline ของทุกคนอย่างละเอียด รวมทั้งเข้าระบบการคัดกรองตามกระบวนการของกระทรวงสาธารณสุข หากบุคคลใดผ่านการคัดกรองและยังไม่มีอาการ ให้กลับไปกักตัว Home Quarantine เป็นเวลา 14 วัน ส่วนบุคคลใดคัดกรองแล้วมีอาการหรือต้องสงสัย ต้องถูกกักตัวที่ Local Quarantine ที่รับจัดเตรียมไว้ให้
ทางด้านนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ตนเองได้รับรายงานจากทางสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสเมื่อ 2 วันก่อนพบว่ามีการระบาดของเชื้อโควิด19 เกิดขึ้นในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเรือนจำแห่งใหม่ พบว่าเข้าไปตรวจเนื่องจากมีเหตุเป็นผู้ป่วยมีอาการหนักและมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล ซึ่งตรวจพบเป็นครั้งแรกว่าเจ้าหน้าที่ติดเชื้อโควิด19 จากคนไข้ที่ป่วยหนักและติดเชื้อ ซึ่งในขณะนี้กำลังหาสาเหตุของต้นเชื้ออยู่ โดยการตรวจเบื้องต้นซึ่งตรวจไปแล้ว 300 กว่าคน พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด19 แล้ว 120 คน ผู้ต้องขังทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นคนแข็งแรง ในส่วนของผู้ต้องขังที่มีปัญหาทางด้านโรคประจำใจตัว อาทิ ความดัน เบาหวาน โรคอ้วน ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้เราจะให้การดูแลเป็นพิเศษ โดยเรือนจำจังหวัดนราธิวาสเหมาะที่จะใช้มาตรการบับเบิ้ลแอนด์ซีล ที่มีประสบการณ์ที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยจะใช้มาตรการนี้เข้ามาซึ่งคิดว่าน่าจะควบคุมโรคได้ภายใน 28 วัน ซึ่งจะอยู่ในแผนควบคุม เราจะมีปริมาณคลังยาที่จะรักษาโรคติดเชื้อโควิด19 ที่สงขลาส่งมาให้ยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ หากเกิดกรณีรุนแรงที่จะต้องใช้ยา ในส่วนของวัคซีนจะมีการฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ในเรือนจำทุกคน และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านสาธารณสุข ซึ่งต้องมีการสัมผัสกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง โดยผู้ที่มีความเสี่ยงสูง 1,000 กว่าคนกักตัวอยู่บ้าน อาจเกิดจากการหละหลวมในการป้องกัน ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น