3 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่จังหวัดนครพนมมีแม่น้ำโขงไหลผ่านพื้นที่อำเภอบ้านแพง ท่าอุเทน อำเภอเมืองฯ และธาตุพนม รวมระยะทางประมาณ 153 กิโลเมตร ปัจจุบันจึงมีผู้ประกอบกิจการดูดทรายราว 24 ราย ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการดังกล่าว ซึ่งมีทั้งการขออนุญาตนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือดูดในเขตราชอาณาจักรไทย โดยมีรายได้รวมแล้วหลายร้อยล้านบาทต่อปี แต่ปรากฏว่าทุกปีกลุ่มผู้ดูดทรายบางแห่ง มักจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจับกุมอยู่เสนอ จากการกระทำผิดกฎหมายที่ไม่เป็นไปตามการขออนุญาต บางแห่งก็ตุกติกซิกแซกหลบเลี่ยงการชำระค่าธรรมเนียม โดยอาศัยความคุ้นเคยกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ทำให้รัฐสูญเสียการจัดเก็บรายได้จากการประกอบกิจการ
ล่าสุด นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า "เรื่องนำทรายเข้าส่วนนี้เป็นอำนาจของศุลกากร ไม่ใช่อำนาจของจังหวัด แต่อำนาจของจังหวัดคือเขาขออนุญาตเข้าเพราะว่าเป็นช่วงของโควิด ในเรื่องของมาตรา 9 ก่อนผมมาดำรงตำแหน่งมีผู้ประกอบการค้างค่าธรรมเนียมไม่ยอมจ่ายเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาทติดต่อกันมาไม่รู้กี่ปี ก็เลยกำชับไปว่าถ้าไม่ไปเสียค่าธรรมเนียมและไม่เอาใบเสร็จมาแสดงจะไม่มีการเซ็นอนุญาต ถ้าลองไปเช็คดูท้องถิ่นบางแห่งโดยเฉพาะแถวบ้านแพง ท่าอุเทน มีรายได้เข้าท้องถิ่นจากค่าธรรมเนียมตรงนี้ ทีนี้พอเราอนุญาตไปคือต้องเข้าใจว่ามันมีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีก็คือจะมีทรายสะสมขึ้นทุกปี จะสังเกตเห็นว่าจะมีดอนใหม่ๆ หาดใหม่ๆเกิดขึ้น ซึ่งบางทีมันเป็นการขัดแย้งระหว่างประเทศและก็ยังกีดขวางทางเดินเรือ อันที่สองก็จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศเพราะว่าทรายเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง"