หลังจากนั้น นายไชยเลิศฯ และ นายราชวัตร ได้นำ น้องปลาคราฟ และเพื่อน ๆ ออกไปที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน เพื่อให้ ด.ช.ธนกฤต เนาวเพ็ชร หรือ น้องปลาคราฟ อายุ 8 ขวบ ได้แสดงวิธีการขุดปูนา ให้กลุ่มผู้สื่อข่าวที่ไปทำข่าวได้ดู โดยน้องปลาคราฟ พร้อมพี่ชาย คือ ด.ช.วิชากร เนาวเพ็ชร หรือ น้องเค อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ได้นำเสียม และถังสำหรับใส่ปูนา นำออกไปหาปูนา โดยสังเกตจากรูกลางที่นา ที่มีรอยตีนปูที่ปากรู จากนั้นจึงใช้เสียมขุดดินลงไปลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ถ้ารูนั้นมีปูอยู่ก็ใช้มือจับปูออกมา ถ้าไม่เจอปูก็หารูใหม่ ทำแบบนี้ไป โดยวันนี้ น้องปลาคราฟ พร้อม ด.ช.น้องเค พี่ชาย และเพื่อน ๆ สามารถขุดรูจับปูนาได้ 2 ตัว
ด.ช.ธนกฤต เนาวเพ็ชร หรือ น้องปลาคราฟ ที่มีท่าทีเหนียมอาย ไม่ค่อยพูด ตอบแบบถามคำตอบคำว่า ได้รับเกียรติบัตรขุดปูนาเก่ง เพราะว่าชอบไปขุดปูนา เวลาขุดก็จะเอาไปขาย แล้วได้เงินมาก็จะเอาซื้อขนมกิน และก็เอาเงินแบ่งเก็บด้วย ซึ่งขายตัวละหนึ่งบาท โดยคนที่สอนให้ขุดก็จะเป็นพี่ชายชื่อเค เรียนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกัน โดยเวลาไปหาปูจะออกไปหากับพี่ชายหลังจากเลิกเรียน และปูนาที่ได้มาบางครั้งก็เอามากินอร่อยดี ซึ่งโตขึ้นน้องปลาคราฟอยากที่จะเป็นทหารครับ
นายไชยเลิศ ผดุงเวียง ผอ.โรงเรียนบ้านค้อปัญญานุสรณ์ เปิดเผยว่า แนวคิดที่มอบประกาศเกียรติคุณให้นักเรียน เพราะที่ผ่านมาคิดว่า เด็กส่วนใหญ่แล้วจะได้แต่ใบประกาศนียบัตรเรียนดี แข่งกีฬา ที่มีส่วนน้อยที่จะได้ จนมีการพูดคุยกับคณะครูในโรงเรียนว่า มีเด็กบางคนที่ไม่ได้ใบประกาศอะไรเลย ควรกระตุ้นเด็กให้ได้ทำความดีด้วยการได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ที่เราเน้นเด็กให้มีคุณธรรม จริยธรรม จนเมื่อไม่นานหลังเด็กสอบเสร็จ ตนเห็นแฟ้มมาวางเพื่อเซ็นของครูชั้น ป.2 ที่เป็นการเซ็นใบประกาศเกียรติคุณ ตนอ่านเห็นมีการแบ่งปันมัน ช่วยเพื่อน ช่วยครอบครัว จึงเซ็นชื่อไป เพราะมีความคิดว่าอยากเป็นกำลังใจให้เด็ก และใบประกาศก็ใบละไม่กี่บาท
"พอเด็กได้รับทุกคนก็ดีใจ พอเด็กรู้ว่าวันนี้จะมีคนมาทำข่าวก็ยิ่งดีใจใหญ่ ซึ่งช่วงแรกนี้เป็นนักเรียนชั้น ป.2 ทุกคนที่ได้รับใบประกาศเกียรติคุณนี้ แต่นักเรียนชั้นอื่น ครูก็คงเริ่มทยอยทำ ส่วนข้อสังเกตที่เด็กแต่ละคนได้รับใบประกาศเกียรติคุณ อยู่ที่ครูประจำชั้นของเด็ก ที่เขาจะทราบว่าเด็กแต่ละคนเป็นอย่างไร รวมทั้ง เรามีกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียนคลุกคลีกับเด็กอยู่แล้ว โดยผมบอกครูทุกคนว่า นอกจากการสอนใครมีไอเดียความคิดดี ๆ ก็ขอให้ทำกับเด็กเพื่อให้เขามีความสุข เป็นเรื่องที่ครูประจำชั้นแต่ละชั้น เอาใจใส่เด็ก เขาจะรู้ว่าเด็กคนไหนมีอะไรพิเศษ ส่วนเด็กชั้นอื่น ๆ ก็รอที่จะทำเป็นรายบุคคลเช่นกัน"