"สุพัฒนพงษ์" ปัดรัฐบาลถังแตก ยัน ภายใน 2 ปีไม่ปรับVAT ระบุ เชื่อว่าปี2564 สถานการณ์เศรษฐกิจจะฟื้นฟู ลั่น ภายใน 2 ปีนี้จะไม่เกิดวิกฤตการเงินการคลัง ชี้ การหาเงินเข้าประเทศต้องมีการปรับตัว อุตสาหกรรมใหม่ 4 ประเภท

วันนี้ (31 มี.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกระแสข่าวว่ารัฐบาลกำลังถังแตกและจะขึ้นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 % เป็น 10 % ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีสัญญาณใดๆว่ารัฐบาลถังแตก เพียงแต่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้(30มี.ค.)มีการรายงานเรื่องความเสี่ยงทางการเงิน ซึ่งเป็นรายงานประจำปี ที่ครบรอบวาระรายงานเพื่อทราบ ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไรที่น่าเป็นห่วง ส่วนเรื่องข้อสังเกตุเรื่องความเสี่ยงถือเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับรายงานประจำปีของบริษัทมหาชนทั่วไป ที่ปรากฎความเสี่ยงต่างๆ ในเรื่องการใช้เงินช่วงวิกฤตโควิด-19 และพูดถึงรายได้ในการจัดเก็บภาษีในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงว่ามีการจัดเก็บรายได้ลดลง เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2564 จะมีการฟื้นฟู โดยในรายงานมีการประเมินความเสี่ยงที่คิดเป็นตัวเลข 2.47 ถือเป็นระดับความเสี่ยงไม่สูงมาก และเชื่อว่าในอีก 2 ปีสถานการณ์ความเสี่ยงในเรื่องวิกฤตการเงินการคลังของประเทศไทยจะไม่มีเกิดขึ้น ตนไม่เข้าใจว่าทำไมมีความกังวลในเรื่องนี้

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวถึงการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10 % ว่า ยืนยันว่าในระยะเวลา 2 ปี เรื่องขึ้นภาษีในเร็วๆนี้ยังไม่มี ไม่ได้มีการพูด ไม่มีข้อเสนอแนะใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่สิ่งที่หารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นห่วง คือจำนวนประชาชนที่มีอยู่ในระบบภาษียังมีจำนวนน้อย อยากให้กระทวงการคลังไปศึกษาโครงสร้างระบบภาษีที่จะให้ประชาชนเข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้นและรู้ว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ ช่วยเหลือประเทศ เงินเหล่านั้นกลับมาทำประโยชน์อย่างไร ซึ่งตนก็ยังแปลกใจที่มีข่าวเรื่องขึ้นภาษีและรัฐบาลถังแตกออกมาซึ่งไม่มีสัญญาณใดๆทั้งสิ้น

ขณะเดียวกัน นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวถึง การหาเงินเข้าประเทศไทยจะต้องมีการปรับตัว อุตสาหกรรมใหม่ 4 ประเภทที่จะเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาและจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากการรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะทำให้จีดีพีของประเทศเพิ่มขึ้น โดยจะเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าแทนรถที่ใช้น้ำมัน โดยตั้งเป้าในปี 2573 -2578 ประเทศไทยจะเลิกใช้รถประเภทน้ำมันโดยจะใช้รถไฟฟ้าแทน 2. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่จะปรับเปลี่ยนเป็นระบบอัจฉริยะ 3.เมดิคัลฮับ ที่ไทยเก่งในเรื่องการรักษาพยาบาลแต่ยังไม่สามารถผลิตยาได้ จึงต้องทำให้เป็นศูนย์กลาง และ 4.อุตสาหกรรมดิจิตอล ที่ไทยเพิ่งเริ่มโดยจะต้องเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาลงทุน