ผู้นำ 23 ชาติทั่วโลกร่วมผลักดันให้จัดทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต หลังจากการระบาดของโควิด-19นานกว่า 1 ปีทำให้มีผู้ติดเชื้อกว่า 128 ล้านคนและผู้เสียชีวิต 2.8 ล้านคน

ผู้นำจาก 23 ชาติ เช่น อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เกาหลีใต้ แอฟริกาใต้ และอินโดนีเซีย และองค์การอนามัยโลก ประสานเสียงเรียกร้องผ่านบทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับทั่วโลก ให้นานาชาติร่วมกันจัดทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับโรคระบาดที่ส่งผลกระทบทั่วโลกครั้งใหญ่เหมือนโควิด-19 ในขณะนี้ ตามที่ชาร์ลส์ มิเชล ประธานสหภาพยุโรปเสนอแนวคิดเรื่องนี้ในการประชุมสุดยอด G20 เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว

23 ชาติวอนโลก จัดทำสนธิสัญญารับมือโรคระบาด


บทความระบุว่า ในอนาคตยังอาจเกิดการระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลกและสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขอื่นๆอีก และไม่มีรัฐบาลใดสามารถรับมือภัยคุกคามเพียงลำพังได้ 
เป้าหมายหลักของสนธิสัญญาจะมุ่งเพิ่มความยืดหยุ่นแก่โลกเพื่อให้มีความพร้อมรับมือกับการระบาดใหญ่ผ่านระบบเตือนภัยที่ดีขึ้น การแบ่งปันข้อมูล, การวิจัย และการผลิตและการจำหน่ายวัคซีน ยารักษา การวินิจฉัยและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล นอกจากนี้สนธิสัญญา ระบุว่า สุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และโลก เชื่อมโยงกันทั้งหมด ทั่วโลกจึงควรร่วมกันรับผิดชอบและร่วมมือกันด้วยความโปร่งใส