จากกรณีความขัดแย้งในประเทศเมียนมาซึ่งนำไปสู่การปะทะกันระหว่างกองกำลังของรัฐบาลกับกองกำลังชาติพันธุ์ต่างรวมถึงบริเวณตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมาร์ หัวหน้ากลุ่มแนวทางใหม่ เผยว่าอยากให้รัฐบาลไทยมีความหนักแน่นในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

นายธวเดช ภาจิตรภิรมย์ หัวหน้ากลุ่มแนวทางใหม่ กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งในประเทศเมียนมาซึ่งนำไปสู่การปะทะกันระหว่างกองกำลังของรัฐบาลกับกองกำลังชาติพันธุ์ต่างรวมถึงบริเวณตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมาร์ ว่า ผลของความขัดแย้งและการปะทะกันทำให้ประชาชนผู้หนีภัยความตายข้ามแดนมาฝั่งไทยจำนวนมาก จึงอยากให้รัฐบาลมีความหนักแน่นในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หากจะมีการผลักดันกลับไปต้องยืนยันได้ว่ามีความปลอดภัยต่อชีวิตพวกเขาแล้วเท่านั้น แม้ว่าเวลานี้สถานการณ์สู้รบส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตอนบนของประเทศก็ตาม แต่สำหรับตนซึ่งเป็นคนภาคใต้ก็เติบโตและคุ้นเคยดีกับผู้คนฝั่งเมียนมาร์ที่เข้ามาเป็นแรงงานจากแถวจังหวัดระนอง ก่อนจะกระจายไปเป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านต่างๆของภาคใต้ ไม่ว่าแรงงานในสวนยาง แรงงานในอุตสาหกรรมประมง ลูกจ้างตามร้านค้า หรือกระทั่งแม่บ้าน ซึ่งเราอาจเรียกเขาว่าแรงงานเมียนมาร์ก็จริง แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไม่ว่าจะเป็น กะเหรี่ยง มอญ หรือไทใหญ่ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการสู้รบในเวลานี้ "ในด้านความสัมพันธ์ปกติ พี่น้องชาติพันธ์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจบ้านเรามาก ส่วนชีวิตตามชายแดนพวกเราก็เหมือนญาติพี่น้องที่ข้ามไปมาหากันตลอด นี่คือภาพที่ผมคุ้นเคยซึ่งก็คือเรื่องของมิตรภาพ ดังนั้น ในยามไม่ปกติพวกเราก็ควรหยิบยื่นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปให้ตามสมควร เด็ก คนแก่ ผู้หญิง คนที่ได้รับบาดควรได้รับความช่วยเหลืออย่างไม่อาจปฏิเสธ และควรเปิดทางให้ภาคประชาสังคมทั้งในไทยและนานาชาติเข้าสนับสนุนช่วยเหลือได้ นอกจากนี้ ความช่วยเหลือด้านนุษยธรรมยังถือเป็นหลักการสากลที่ต้องยึดถือจึงอยากให้รัฐบาลมีความหนักแน่นในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าวันหนึ่งที่สถานการณ์สงบลงความช่วยเหลือเหล่านี้จะกลับมาเป็นคุณต่อประเทศไทยมากกว่าการปฏิเสธและจะทำให้ภาพลักษณ์ของไทยดีขึ้นและเป็นที่ยอมรับในสายตานานาชาติ" น

นายธวเดช กล่าวต่อไปว่า ตนได้ติดตามท่าทีของกระทรวงต่างประเทศที่ยืนยันว่าได้ให้ความช่วยเหลือ กลุ่มต่างๆที่หนีภัยการสู้รบหรือสถานการณ์ความไม่สงบจากประเทศเพื่อนบ้าน ตามหลักมนุษยธรรมและหลักสากลระหว่างประเทศมาโดยตลอด หากเป็นไปตามนี้ก็ขอชื่นชมและให้กำลังใจ อย่างไรก็ตาม ก็มีภาพจากสื่อปรากฏออกมาว่าทางการไทยได้ผลักดันชาวบ้านกว่า 2,000 คนที่หลบหนีภัยความตายจากการสู้รบกลับพื้นที่เสี่ยงซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการสากล จึงอยากให้มีการตรวจสอบและกำหนดท่าทีที่ชัดเจนเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติตามแนวทางที่ตรงกันต่อไป