เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวพี่เขยโหด ใช้เพลารถไถทุบหัวน้องเมียมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เผยปมสังหาร แค้นใจที่น้องเมียชอบทุบรถไถตนเองเป็นประจำ จนให้ลูกชายติดกล้องวงจรปิด จนมั่นใจว่าน้องเมียทำก่อนทะเลาะกันน้องเมียด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย เลยบันดาลโทสะ


      

คุมตัวพี่เขยโหดทุบหัวน้องเมียทำแผนรับสารภาพ




     เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีพี่เขยโหด ใช้เพลารถไถทุบหัวน้องเมีย ก่อนลากไปขุดหลุมลึกเกือบ 2 เมตรฝังอำพรางศพ ล่าสุดในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบบริเวณรอบบ้านพักที่เกิดเหตุ และพบกับอาวุธสังหาร ตามที่นายบรรเจิดฯ รับสารภาพ พบว่าเป็นท่อนเหล็กตัน ความยามประมาณ 1 ฟุต เป็นเหล็กเพลารถไถตรงกับคำรับสาร จึงนำส่งให้กับชุดพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบลายนิ้วมือและคราบเลือดเพื่อประกอบคำรับสารภาพ



คุมตัวพี่เขยโหดทุบหัวน้องเมียทำแผนรับสารภาพ

         

            ต่อมาในเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.ท.เจริญ พิทักษ์นิติวุฒิ รอง ผกก.สส.สภ.เนินมะปราง ได้นำตัวนายบรรเจิด กันวงษ์ อายุ 60 ปี ผู้ต้องหา ฆ่านาย นายแหวน คำพรมมี อายุ 52 ปี เดินทางมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บ้านเลขที่ 127/1 หมู่ 5 บ้านปลวกง่าม ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งในบรรเจิดฯ อยู่ในอาการนิ่งรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพด้วยดี



คุมตัวพี่เขยโหดทุบหัวน้องเมียทำแผนรับสารภาพ



            นายบรรเจิด กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วตัวเองไม่ได้ดื่มเหล้า วันเกิดเหตุก็ไม่เมา แต่วันนั้น ผู้ตายมาด่าตนเองด้วยถ้อยคำหยาบคาย ว่าไอ้สัตว์หมา หลายครั้งจน ทนไม่ได้ไหวจึงพลั้งมือคว้าเพลารถไถที่อยู่ใกล้มือฟาดไปที่บริเวณขมับขวาของผู้ตาย 1 ครั้ง จนผู้ตายล้มลง พอตนรู้สึกตัวก็พบว่านายแหวนเสียชีวิตไปแล้ว ก็เกิดกลัวความผิด จากนั้นจึงเข้าไปเอามุ้งในห้องนายแหวนมาพันที่บริเวณศีรษะป้องกันเลือดไหลเยอะ จากนั้นจึงลากศพไปทิ้งไว้ในหลุม ซึ่งเป็นหลุมบ่อพักน้ำเสียที่ขุดไว้นานแล้วในสวนมะม่วง ก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปพร้อมชดใช้ความผิดทุกอย่าง


คุมตัวพี่เขยโหดทุบหัวน้องเมียทำแผนรับสารภาพ


             ด้าน น.ส.ปรียา สนใจ อายุ 52 ปี เพื่อนผู้ตาย เดินทางมาที่บ้านหลังเกิดให้ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี มนุษย์สัมพันธ์ดี ไม่เคยมีปัญหากับใครนะ ก็ดื่มสุราบ้างปกติ แต่มาช่วงหลังแกดื่มน้อย ไม่ดื่มมาก ดื่มแค่เบียร์ 1-2 แก้ว ที่เคยไปทำงานด้วยกัน เก็บมะม่วง ห่อมะม่วงด้วยกัน พอทราบข่าวก็ตกใจมาก พยายามโทรหาเขาตั้งแต่วันที่หายตัวไปแล้วแต่ก็ติดต่อไม่ได้ วันพุธที่ 17 ที่ผ่านมา ผู้ตายโทรมาหาชวนไปห่อมะม่วงบนเขา แต่ตัวเองไม่ได้ไป วันพฤหัสบดีที่ 18 ตนเองก็มาหาเขาที่บ้าน ก็เจอเขา แต่วันศุกร์-เสาร์ ไม่เจอ พอรู้ว่าแกหายตัวไป ก็พยายามโทรหาแต่ก็ไม่ติด พอทราบข่าวก็มาวันนี้ส่วนตัวก็เสียใจนะเพราะก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันมา แล้วแกก็เป็นคนดีนะ ก็เสียใจจริงๆ
            เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ ก่อนนำตัวนายบรรเจิด กันวงษ์ ผู้ต้องหา ไปดำเนินคดีต่อไป