นาย ดา หนุ่มชาวลาวเสียบปลั๊กไฟชาร์จโทรศัพท์ แล้วใส่หูฟังนอนในห้องพักหายไปสองวันเถ้าแก่ขึ้นไปดูกลายเป็นศพ โดยแพทย์นำส่งสถาบันนิติเวชศิริราช เพื่อตรวจสอบสาเหตุของการเสียชีวิต

27 มีนาคม 2564 เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในซอยสุขสวัสดิ์ 30 จึงรีบรุดจัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุพบเหตุเกิดอยู่ภายในบ้านเลขที่ 38/8 หมู่ 2 ซอยสุขสวัสดิ์ 30 แยกย่อยซอยที่ 6 แขวง บางประกอก เขต ราษฎร์บูรณะ กทม. เป็นลักษณะอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ปลูกติดกันหลายหลังดัดแปลงเป็นโรงงานยางขึ้นรูปอะไหล่ยนต์ 
จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อยู่ภายในห้องพักคนงานชั้นที่ 2 ทราบชื่อต่อมาชื่อ นาย ดา อายุ 28 ปี เป็นชาวลาว ในสภาพนอนหงายหน้าอยู่บนที่นอนไม่สวมเสื้อสวมกางเกงบล๊อคเซอร์สีขาวลายเขียว มีรอยสักอักขระที่บริเวณลำคอ และมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากที่ปากและจมูก จากการสังเกตุ ผู้เสียชีวิตนอนอยู่ภายในมุ้งสีชมพู มีกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาลวางไว้บนมุ้ง 1 ใบ ด้านในกระเป๋าสตางค์ มีเงินอยู่ 1000 บาท บนหัวนอนพบกระเป๋าเป้สีดำใบใหญ่ ด้านในมีเสื้อผ้าผู้ตาย และบัตรพาสปอร์ตระบุตัวตน  สภาพแวดล้อมภายในห้องไม่มีร่องรอยของการรื้อคน หรือต่อสู้ สภาพร่างกายไม่มีร่องรอยของการถูกทำร้าย ส่วนบริเวณหูพบหูฟังโทรศัพท์เสียบคาอยู่ ข้างลำตัวพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง มีสายชาร์จเสียบอยู่กับปลั๊กต่อพ่วง แล้วภายในปลั๊กต่อพ่วงอันเดียวกันยังเสียบพัดลมอยู่ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี 

จากการสันนิษฐานเบื้องต้นของการเสียชีวิตคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านทางโทรศัพท์ที่ผู้ตายเสียบชาร์จอยู่หรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง แพทย์นิติเวชจึงมอบหมายให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติเวชศิริราช เพื่อตรวจสอบสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนจะมอบให้ญาติมารับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
จากการสอบถามนายนายธนพล ลัภนะโยธิน อายุ 44 ปี เจ้าของโรงยาง กล่าวว่าผู้เสียชีวิตทำงานที่นี้มานานเเล้วและไม่มีประวัติการใช้สารเสพติด แล้วไม่มีโรคประจำตัวใดๆ พบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันพฤหัส ที่ 25 มี.ค. 64 ที่ผ่านมา วันนั้นผู้ตายลงมาทำงานปกติพอเลิกงานก็ซื้อข้าว แล้วขึ้นไปบนห้องพักหลังจากนั้นก็ไม่พบหน้ากันอีกเลย จนกระทั่งวันนี้ตนเกิดเอะใจจึงเดินขึ้นไปดูบนชั้นที่ 2 พบว่าประตูหน้าบันไดล๊อคจากด้านใน จึงตะโกนเรียกผู้ตายอยู่นานแล้วไม่มีเสียงตอบรับก็เลยตัดสินใจงัดประตูเข้าไปแล้วพบว่าผู้ตายนอนอยู่ในมุ้งแล้วเปิดพัดลมอยู่จึงคิดว่าหลับอยู่ ก็เลยปลุกแต่เมื่อจับขาผู้ตายเพื่อจะปลุกก็พบว่าไม่ยอมตื่นจึงตัดสินใจเปิดมุ้งเข้าไปดูก็เห็นว่าเสียชีวิตแล้วจึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที แล้วจากการสอบถาม

นาย ต่าย อายุ 25 ปี เป็นชาวลาว และเป็นหลานของผู้เสียชีวิตบอกว่า ผู้ตายเป็นน้าชายของตนเอง ส่วนตนทำงานอยู่แถวสุขุมวิท ได้ทราบข่าวจากนายจ้างของผู้ตายเลยรีบมาดู พอมาถึงก็เห็นอาสากู้ภัยอยู่เต็มหน้าโรงงานแล้ว ส่วนเรื่องราวทั้งหมดก็ได้ฟังจากนายจ้างของผู้ตาย ล่าสุดคุยกับผู้ตายเมื่อวันพฤหัส ที่ผ่านมา ส่วนมากจะโทรมาถามถึงสารทุกข์สุขดิบกันแบบปกติ ก็ไม่คิดว่าจะเป็นการคุยกันเป็นครั้งสุดท้าย จากนี้ไปก็จะติดต่อให้ญาติมารับผู้ตายกลับบ้านที่ประเทศลาว เพื่อจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป