สมาคมนักข่าวฯ พร้อมคณะสื่อมวลชน ร่วมหารือกองบัญชาการตำรวจนครบาล เรื่องเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการรายงานข่าวพื้นที่ชุมนุม โดยสมาคมฯเสนอทางแก้ปัญหา 3 ข้อคือ 1.พิจารณาปลอกแขนที่จัดทำร่วมกัน 2.พบว่าตำรวจใช้ปลอกแขนเข้าพื้นที่ชุมนุมขอให้งดการกระทำดังกล่าวและ3.เสนอแก้กฎหมายให้ใช้ยุทธภัณฑ์บางประเภทเพื่อให้ผู้สื่อข่าวใช้ปฏิบัติหน้าที่ ด้าน"พล.ต.ท.ภัคพงศ์"ได้รับไว้พิจารณาและปฏิบัติ พร้อมขอโทษและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมหารือกับพลตำรวจโทภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อร่วมกันหาทางแก้ปัญหาการรายงานข่าวในการชุมนุมทางการเมืองที่ทำให้มีสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา

นายจีรพงษ์ ระบุว่า ทางสมาคมได้นำเสนอข้อมูลที่ได้จากการหารือกับสื่อมวลชนภาคสนาม กองบรรณาธิการแต่ละสำนักข่าว ที่มีการประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูล 4 ครั้ง ก่อนหน้านี้ เพื่อให้ทางตำรวจรับไปพิจารณา โดยประเด็นสำคัญคือการขอให้ตำรวจพิจารณาสัญลักษณ์ปลอกแขนสีขาวของสื่อมวลชน ที่ได้จัดทำร่วมกันและนำไปให้สื่อมวลชนแต่ละสำนักนำไปใช้งานภาคสนาม ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว และขอไม่ให้ใช้ปลอกแขนที่จัดทำโดยตำรวจ เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นเสมือนว่ากำลังเลือกฝ่ายในการนำเสนอข้อมูลแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกเข้าใจผิดโดยกลุ่มผู้ชุมนุมอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่พบข้อมูลว่า มีตำรวจใช้ปลอกแขนสื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม ซึ่งได้ขอให้งดการใช้วิธีการดังกล่าว เรื่องนี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็ได้รับแนวทางไว้ พร้อมจะกำชับไม่ให้มีการใช้วิธีการดังกล่าว และประเด็นสุดท้าย คือเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้สื่อมวลชนสามารถใช้ยุทธภัณฑ์บางอย่าง เพื่อความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่

ขณะเดียวกันทางตำรวจก็มีการเสนอข้อมูล และสะท้อนปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ เช่น กรณีที่มีสื่อทางเลือก เช่น ยูทูปเบอร์ หรือผู้ที่ใช้การไลฟ์สด ในการถ่ายทอดภาพเหตุการณ์ เรื่องนี้ก็มีการยืนยันว่ากรณีดังกล่าว ไม่ใช่กลุ่มคนที่ได้รับการรับรองโดยสมาคมอยู่แล้ว ดังนั้นสามารถแยกแยะได้ด้วยสัญลักษณ์ปลอกแขน แต่อย่างไรก็ตามก็ขอให้คำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของแต่ละบุคคลด้วย อย่างไรก็ตามในการประชุมหารือดังกล่าว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังได้กล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่มีสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วย