ฆาตกรอาศัยช่วงดึกย่องเข้าไปด้านข้างของบ้านใกล้กับที่นอนของแม่เฒ่าซึ่งนอนอยู่นอกตัวบ้านที่ต่อยื่นออกมา เพื่อนบ้านได้ยินเสียงสุนัขเห่าตอนตี 2 แต่ก็ไม่เอะใจ คาดว่าฆาตกรคงฆ่าปิดปากเพราะแม่เฒ่าจะเปิดไฟนอนทุกวัน คนร้ายคงกลัวจะจำหน้าได้ ทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินสดที่แม่เฆ่าเคยพกติดตัวครั้งละ 4,000-5,000 บาทหายไป

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 24 มี.ค. 2564 พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ทรงอาษา สารวัตร(สอบสวน)สภ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งจากนายสายัญ พรมนิกร กำนันตำบลแสนสุข ว่ามีคนชราถูกทำร้ายเสียชีวิต อยู่ที่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 12 บ้านโพธิ์น้อย หมู่ 12 ต.แสนสุข อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิษณุ จันปุ่ม ผกก.สภ.พนมไพร พ.ต.ท.บุญมี ไทยอ่อน รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.สุริยา ยอดวงษ์ รอง ผกก.สืบสวน และหน่วยกู้ภัยวัดกลางอุดมเวทย์ เมื่อไปถึงพบญาติและชาวบ้านยืนจับกลุ่มกันดูอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมาก ทราบว่าผู้เสียชีวิต คือนางดวงดาว ชาระมาลย์ อายุ 78 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว 












โดยบ้านเป็นลักษณะบ้านสองชั้น ชั้นบนเป็นไม้ชั้นล่างเป็นคอนกรีต นางดวงดาวอาศัยอยู่เพียงลำพังคนเดียว ส่วนสามีและลูกๆเสียชีวิตกันหมดแล้ว ญาติๆและเพื่อนบ้านก็แวะเวียนมาคุยเป็นเพื่อนอยู่มิได้ขาดเพราะนางดวงดาวเป็นคนอัธยาศัยดี  มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับทุกคน แต่หลังจากสามีและลูกๆเสียชีวิต ประกอบกับนางดวงดาวอายุมากแล้ว เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว จึงได้ย้ายออกมานอนอยู่นอกตัวบ้านด้านทิศตะวันออกที่ต่อยื่นออกมา ไม่มีการกั้นเป็นห้อง เพราะนางดวงดาวบอกว่าลมพัดเย็นสบายประกอบกับเข้าห้องน้ำบ่อย มีห้องน้ำอยู่นอกตัวบ้าน เมื่อมานอนข้างนอกก็สะดวกในการเดินเข้าออก เจ้าหน้าที่จึงใช้เชือกกั้นที่เกิดเหตุเอาไว้ ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปใกล้ โดย








ฆาตกรโหดฆ่าชิงทรัพย์แม่เฒ่า78ปีอยู่บ้านเพียงลำพัง














ต่อมาเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.วีรวัฒน์ สระบัว รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ร้อยเอ็ด และ นพ.พิสิทธิ์ จันทร์สาม แพทย์เวร รพ.พนมไพร ได้เข้าไปตรวจชันสูตรพลิกศพ พบว่าสภาพศพของนางดวงดาวนอนหงายห่มผ้าห่มครึ่งตัว สวมชุดเสื้อคอกระเช้าสีชมพู ผ้าถุงลายสีชมพู มีเลือดออกทางปากและจมูก และพบว่าบริเวณหน้าผากถูกทุบตีจนกะโหลกศีรษะยุบลุงไปประมาณ 7 ซม. ซึ่งแพทย์ระบุว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต ส่วนตามร่างกายไม่มีบาดแผลอื่นแต่อย่างใด พระ 2 องค์ที่ใช้เชือกร้อยห้อยคอเอาไว้ยังคงอยู่ แต่พบว่าเงินสดที่ผู้ตายเคยพกติดตัวไว้หายไป จากการตรวจสอบโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร พบว่าที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งไม่มีคนอยู่อาศัยเพราะเจ้าของไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด พบค้อนตีตะปูยาวพร้อมด้ามประมาณ 1 ฟุต ตกอยู่ที่พื้นดิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บเอาไปตรวจสอบ อาจจะเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้ายนางดวงดาวถึงแก่ความตาย         

















    

นายสุจิต ชาระมาลย์ อายุ 68 ปี น้องชายของผุ้ตายบอกว่าพี่สาวอาศัยอยู่คนเดียว ตนซึ่งไปมีครอบครัวอยู่ต่างหมู่บ้านก็จะแวะเวียนมาหาพี่สาวเป็นประจำ พี่สาวมักจะพกเงินติดตัวเอาไว้ใช้คราวละ 4,000 5,000 บาท ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ได้พูดคุยกันโดยพี่สาวบอกว่ามีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง อยากจะรื้อบ้านชั้นบนลงมาทำเป็นบ้านชั้นเดียวเพราะปลวกกินบ้านชั้นบนมากแล้วเกรงจะไม่แข็งแรงถ้าพายุมาบ้านอาจจะพังลงได้ง่าย ตนก็เห็นด้วย และเมื่อวานลูกสาวของตนก็ได้แวะเอากับข้าวมาให้ จนกระทั่งวันนี้ตอนเช้าจึงทราบจากญาติโทรศัพท์ไปบอกว่าพี่สาวถูกฆ่าตาย








ฆาตกรโหดฆ่าชิงทรัพย์แม่เฒ่า78ปีอยู่บ้านเพียงลำพัง












ทางด้านพสธร (พด-สะ-ทอน) เกาะน้ำใส อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 12 ต.แสนสุข ซึ่งเป็นคนพบศพคนแรกบอกว่าเมื่อวานตอนเย็น นางดวงดาว ได้วานขอให้ตนพาไปซื้อของโดยใช้สิทธิ์เราชนะในตัวอำเภอพนมไพร จนกระทั่งตอนเช้าตนและเพื่อนในหมู่บ้านอีกคนหนึ่ง ได้พากันมาหาที่บ้านพบว่าประตูรั้วบ้านด้านหน้าปิดล็อคใส่กุญแจเอาไว้ จึงได้พากันเดินอ้อมไปเข้าด้านข้าง ไปถึงเห็นสุนัขที่นางดวงดาวเลี้ยงไว้นอนอยู่ก็แสดงว่าคงอยู่บ้าน จึงร้องเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆที่นอนพบว่ามุ้งยังกางอยู่ จึงพากันเปิดมุ้งเข้าไป พบว่านางดวงดาวถูกฆ่าเสียชีวิตแล้ว          














ในเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง จากการสอบถามเพื่อนบ้านข้างเคียงก็ได้ความว่า เมื่อคืนช่วงประมาณตี2 ได้ยินเสียงสุนัขที่บ้านของนางดวงดาวเห่าหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงคนแต่อย่างใด จึงไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น โดยปกตินางดวงดาวจะนอนเปิดไฟฟ้าเอาไว้ทุกวัน ซึ่งรุ่งเช้าวันนี้ก็ยังเห็นไฟฟ้าที่อยู่บนขื่อเปิดอยู่ สันนิษฐานว่าคนร้ายคงประสงค์ต่อทรัพย์เพราะเงินในกระเป๋าเสื้อคอกระเช้าที่สวมใส่หายไป ประกอบกับคนร้ายอาจจะเกรงว่านางดวงดาวจะจำหน้าได้จึงใช้อาวุธทำร้ายจนถึงแก่ความตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนสอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมและหาภาพจากกล้องวงจรปิดของคนในหมู่บ้านด้วยเผื่อได้ข้อมูลของคนร้ายเพิ่มเติมต่อไป