จับแล้วไอ้คลั่งหลอนอาละวาดขู่เผาโรงเรียนแทง ผญบ.สาหัส
22 มี.ค. 2564 | jitima_chum

จับแล้วหนุ่มคลั่งหลอน เข้าไปอาละวาดขู่เผาโรงเรียน ใช้มีดแทงและท่อนเหล็กทุบผู้ใหญ่บ้านเข้าระงับเหตุอาการสาหัส หลังขโมยรถจยย.ของชาวบ้านหลบหนีไปไกลถึงจังหวัดพิษณุโลก
ข่าว
22 มี.ค. 2564 | jitima_chum

จับแล้วหนุ่มคลั่งหลอน เข้าไปอาละวาดขู่เผาโรงเรียน ใช้มีดแทงและท่อนเหล็กทุบผู้ใหญ่บ้านเข้าระงับเหตุอาการสาหัส หลังขโมยรถจยย.ของชาวบ้านหลบหนีไปไกลถึงจังหวัดพิษณุโลก
กรณีนายทศพล หรือ ปะ พันธ์โภคา อายุ 27 ปี อยู่ที่ 95 หมู่ 9 บ้านดงศรีสำราญ ต.บ้านเหล่า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ถือท่อนเหล็กและมีดเข้าไปอาละวาด จะเผาโรงเรียนบ้านดงศรีสำราญ สร้างความหวาดกลัวให้ครูและนักเรียน จึงแจ้งให้ นายภูษิต โยชน์สุวรรณ อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาระงับเหตุ แต่ถูก นายทศพล ใช้ท่อนเหล็กทุบศีรษะและใช้มีดแทงคอได้รับบาดเจ็บสาหัส ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพ็ญ หลังก่อเหตุ นายทศพล ถือมีดเดินไปลักรถ จยย.ชาวบ้านที่อยู่ใกล้โรงเรียนหลบหนีไป ทำให้ชาวบ้านแจ้งเหตุทางเพจดัง จ.อุดรธานี ว่านายทศพลเป็นบุคคลอันตราย เพราะยังจับกุมไม่ได้ ส่วนผู้ใหญ่บ้านอาการปลอดภัย เหตุเกิดเย็นวันที่ 19 มีนาคม 2564
โดยเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 22 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านดงศรีสำราญ พบครู นักเรียน และชาวบ้านนั่งจับกลุ่มกันอยู่หน้าอาคารเรียน วิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมี นายณัฐวุฒิ เชษฐสุมน ครูประจำชั้น ป.1 และ ป.2 ชี้ให้ดูจุดที่ นายภูษิต ผญบ.บ้านดงศรีสำราญ ถูกแทงล้มลงที่ทางเจ้าหน้าโรงเรียน ขณะที่บ้านของ นายทศพล ที่อาศัยอยู่คนเดียว อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ห่างจากประตูทางเข้าโรงเรียนเพียง 10 เมตรเท่านั้น โดยล่าสุดมีเจ้าหน้าที่แจ้งมายังครูในโรงเรียนว่า ตำรวจสามารถควบคุมตัว นายทศพล คนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว ที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
นายณัฐวุฒิ เชษฐสุมน ครูประจำชั้น ป.1 และ ป.2 เล่าว่า บ้านนายทศพล ผู้ต้องหา อยู่ติดประตูหน้าโรงเรียน โดยอาศัยอยู่คนเดียว ส่วนพ่อแม่เดินทางไปทำงานต่างจังหวัด นายทศพล มักพูดคนเดียว บางวันจะอาละวาดทุบทำลายบ้านเสียงดังโวยวาย บางครั้งก็จะเข้ามาในโรงเรียน วันเกิดเหตุ หลังเลิกเรียนนายทศพลเดินถือมีดและท่อนเหล็กเข้ามาในโรงเรียน ถามหาครู พูดไปเรื่อย ครูจึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านมาระงับเหตุ แต่ถูกนายทศพลตีจนล้ม แล้วแทงซ้ำ ต่อมามีชาวบ้านมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งครู นักเรียน ชาวบ้านต้องอยู่แบบหวาดระแวง
ด้าน น.ส.ฐิติพร ธรรมเจริญ ครูประจำชั้น ป.5 และ ป.6 เล่าว่า โรงเรียนบ้านดงศรีสำราญ เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียน 43 คน ครูและบุคลากร 5 คน ทุกวันจะได้ยินเสียงนายทศพล พูดคนเดียวและอาละวาดในบ้าน บางวันก็เดินเข้ามาในโรงเรียน แต่จะพูดสุภาพมีการขอโทษแล้วออกไป แต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ นายทศพลจะอาละวาดหนักขึ้น บางวันเดินเข้ามาในโรงเรียนเพื่อมาไล่ครูผู้ชาย จนต้องปิดประตูห้องสอนนักเรียน แต่นายทศพลยังอาละวาดหนักถึงขั้นไล่ทำร้ายครูมาแล้ว วันเกิดเหตุ นายทศพล เข้ามาอาละวาดว่าครูไม่อยู่โรงเรียน จะเผาโรงเรียนทิ้ง พอผู้ใหญ่บ้านมาระงับเหตุ เพราะเคยมาบอกหลายครั้งก็จะหยุด แต่ครั้งนี้กลับอาละวาดหนัก และทำร้ายผู้ใหญ่บ้านจนบาดเจ็บสาหัส
"เคยมีฝ่ายปกครอง ตำรวจ มานำตัวนายทศพลไปบำบัดรักษา 2-3 วันก็กลับมา ไม่นานก็อาละวาดอีก โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าทำอะไรไม่ได้ เพราะเหตุยังไม่เกิด หนักเข้าถึงกับทำร้ายผู้ใหญ่บ้านได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงตอนนี้ครูและนักเรียนต้องอยู่อย่างหวาดระแวงและหวาดผวา อยู่ด้วยความเสี่ยง อยู่ด้วยความกลัว เจอแบบนี้ไม่มีใครหรอกที่จะไม่กลัว พอทราบข่าวว่าจับได้แล้วก็ดีใจ อยากให้กฎหมายลงโทษหนัก" ครูสาวกล่าวพร้อมกับร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ ต่อมา นายจีรพงษ์ โยชน์สุวรรณ อายุ 35 ปี ลูกชายผู้ใหญ่บ้าน ทราบข่าว นายทศพลฯ ถูกควบคุมตัวได้ ได้เดินทางมาที่โรงเรียน พร้อมเปิดเผยว่า ช่วงที่นายทศพลเป็นเยาวชนเคยถูกจับข้อหาทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่า อยู่ในสถานพินิจ 2 ปี ออกมาอยู่บ้าน ไม่นานก็มีอาการหลอน เจ้าหน้าที่เคยนำไปตรวจหาสารเสพติด ไม่แน่ใจว่าเกิดจากยาเสพติดจนมีอาการหลอน อาละวาดทุบทำลายข้าวของภายในบ้าน พ่อแม่ก็ไม่อยู่ด้วยเพราะกลัว ปล่อยให้นายทศพลอยู่ตามลำพัง ซึ่งบ้านอยู่ติดโรงเรียน จะเข้ามาอาละวาดครูในโรงเรียน ตนกับพ่อจะมาระงับเหตุสั่งให้กลับบ้าน ซึ่งนายทศพลก็เชื่อและกลับบ้าน แต่ครั้งนี้นายทศพลไม่รู้จักใคร ตนอยากจะเข้าไปสั่งสอนแต่พ่อบอกว่าอย่าทำสงสารเขา แต่สุดท้ายพ่อก็มาถูกทำร้ายถูกแทงคอ 3 แผล หลัง 1 แผล นิ้วมือ ศีรษะ 2 แผล ถูกท่อนเหล็กตีที่ต้นคอบวมช้ำ
"ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาดูแล และให้กำลังใจพ่อผู้ใหญ่บ้าน อาการจนปลอดภัย และเพิ่งได้รับแจ้งจากตำรวจว่าจับได้แล้ว ที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เรื่องคดีก็ยกให้ตำรวจไป ผิดก็ว่าไปตามผิด" ลูกชายผู้ใหญ่บ้าน กล่าว
ขณะที่ น.ส.ขวัญจิต ทุมสิทธิ์ อายุ 35 ปี และ นายอุทิศ ไพรใหม่ อายุ 39 ปี สามีภรรยาเจ้าของรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1กถ 5030 อุดรธานี ที่ถูกนายทศพล ขโมยใช้หลบหนี ทราบข่าวเช่นกัน และเดินทางมาที่โรงเรียน และเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ลูกชายได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้ที่กระท่อมนาอยู่หลังโรงเรียน นายทศพลเดินสวนมาพร้อมกับพูดว่ายืมรถหน่อย มีเรื่องมา จากนั้นก็ขี่รถไปตามร่องมันสำปะหลังไปเลย พอรู้ว่าไปก่อเหตุมา ตนจึงไปแจ้งความไว้แล้ว ซึ่งรถคันดังกล่าวส่งงวดหมดแล้ว แต่ตนขี่อย่างทะนุถนอม ดีใจที่จับตัวได้แล้วเพราะจะได้รถคืน
ด้าน พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้ติดตามจับ นายทศพล มาตลอด แต่คลาดกันกับผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาได้ขี่รถ จยย.ที่ขโมยจากชาวบ้านไป ขี่หลบหนีไป จ.กาฬสินธุ์ และขี่ไป จ.นครราชสีมา จากนั้นได้ขี่รถย้อนกลับมาที่ จ.อุดรธานี แล้วขี่หลบหนีต่อไปยัง จ.พิษณุโลก จึงได้ประสานตำรวจ สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก จับกุมตัวไว้ ตามหมายจับศาล จ.อุดรธานี ที่ 46/2564 ในข้อกล่าวหา "พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ ต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายและโดยมีอาวุธ" ซึ่งได้ให้ทางตำรวจชุดสืบสวน ไปรับตัวกลับมาดำเนินคดีแล้ว