ขณะที่ น.ส.ภัทราภรณ์ ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกดาวเรืองที่เป็นคนทำสัญญา ก็บอกว่า หลังจากรวบรวมดอกดาวเรืองส่งไปให้แม่ค้าคนกลางรายดังกล่าวตามออเดอร์แล้ว ซึ่งก็เข้าใจว่าบางส่วนไม่ตรงตามไซด์ที่ต้องการ แต่มีการรับของและทราบว่าบางส่วนได้ตีบิลตามขนาดไซส์แล้ว แต่กลับไม่ได้เงินสักทีซึ่งตนเองก็ถูกลูกสวนทวงถามมา จึงได้โทรไปสอบถามแม่ค้าคนกลางรายดังกล่าวก็บอกว่าขายไม่ได้ บอกว่าขนาดไม่ตรงตามไซส์ แต่พอโทรไปอีกก็ไม่รับและไม่ตอบแชตเลย จึงทำให้ตนเข้าใจว่าเจตนาจะหลบไม่จ่ายเงิน จึงได้ร้องเรียนกับสื่อและแจ้งความ
แต่หลังจากทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยไกล่เกลี่ยกันต่อหน้าพนักงานสอบสวน ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจและไม่ติดใจเอาเรื่องซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ยังมีการเจรจาจ่ายค่าดาวเรืองให้กับเกษตรกร โดยสรุปแม่ค้ายอมจ่าย เฉพาะดาวไข่จำนวน 52,300 ดอก โดยตีราคาเหมาให้ร้อยละ10 สตางค์ เป็นเงิน 5,230 บาท แต่ดาวสีดิฟ และสีทองไม่ได้จ่ายให้ ซึ่งเกษตรกรก็พอใจ จากนั้นก็สองคนก็ได้จับมือกัน และหลังจากมีการจ่ายเงินกับเรียบร้อย น.ส.ภัทราภรณ์ ก็ได้ถอนแจ้งความให้กับ น.ส.ภานิชา ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็จบลงด้วยดี และจะนำบทเรียนครั้งนี้ไปทำการค้าขายให้รอบคอบและสื่อสารกันให้เข้าใจมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาอีก
ขณะที่พนักงานสอบสวนก็ได้เตือนทั้งสองฝ่าย ว่าให้หยุดโต้ตอบหรือให้ร้ายกันในโซเชียล ซึ่งหากฝ่ายใดมีการโพสต์และมีเนื้อหาทำให้อีกฝ่ายเสียหาย ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย