เนชั่นทีวี

ข่าว

จับแล้วมือมืดสวมสิทธิ์บัตรคนจนชาวดอยเต่า

19 มี.ค. 2564 | kriangkrai_rat

จับแล้วมือมืดสวมสิทธิ์บัตรคนจนชาวดอยเต่า

เชียงใหม่ อดีตลูกจ้างชั่วคราวที่ว่าการอำเภอดอยเต่า ย่องเงียบมอบตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังความแตกชาวบ้านอำเภอดอยเตาโวยถูกมือดีแอบสวมสิทธิ์ใช้บัตรประชารัฐ เปิดปากฉวยโอกาสไม่ส่งบัตรให้ชาวบ้านแล้วนำไปใช้เอง ตำรวจเผยมีผู้เสียหายกว่า 10 ราย เบื้องต้นแจ้งข้อ 3 ข้อหา

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ มีชาวบ้านบงตัน ต.บงตัน อ.ดอยเต่า หลายราย ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่าถูกสวมสิทธิ์  โดยมีมือมืดนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนำไปใช้จ่าย หลังจากชาวบ้านได้สมัครขอใช้สิทธิ์เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน  โดยมีเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งมาตั้งโต๊ะให้บริการในหอประชุมหมู่บ้าน ชาวบ้านบ้างส่วนได้สิทธิ์ แต่ชาวบ้าน บางส่วนกลับไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงเข้าใจว่าไม่ได้รับสิทธิ์ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน และถูกตัดสิทธิ์ในโครงการเยียวยาของรัฐหลายโครงการ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้ว


ล่าสุด  นายภัควัต ขันธหิรัญนายอำเภอดอยเต่า กล่าวว่า ตนเองพึ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน มีผู้ใหญ่บ้านนำชาวบ้านเข้ามาร้องเรียน ว่ามีคนแอบนำบัตรประชารัฐของชาวบ้านไปใช้ ทั้งที่ชาวบ้านไม่เคยได้รับบัตรจนทำให้ชาวบ้านถูกตัดสิทธิ์ในโครงการเราชนะ เบื้องต้นได้สั่งการให้มีการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนพบตัวผู้กระทำผิด และได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยเต่า เอาไว้แล้ว ขณะนี้รอทราบความคืบหน้ากับทางตำรวจ โดยในฐานะนายอำเภอดอยเต่าพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน และช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ในเรื่องที่เกิดขึ้น


จับแล้วมือมืดสวมสิทธิ์บัตรคนจนชาวดอยเต่า

ด้านพ.ต.อ.เอกพงศ์ ไชยวงศ์สาย ผกก.สภ.ดอยเต่า เปิดเผยว่า ขณะนี้หลังจากได้รับแจ้งความจากอำเภอดอยเต่า ทางผู้ต้องหาได้เข้ามามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เบื้องต้นได้มีการสั่งการให้ทำคดีนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นคดีที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการเสียสิทธิ์ ที่ชาวบ้านควรจะได้รับ และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


พ.ต.ท.ณรงค์ มิคะมาศ รอง ผกก(สอบสวน) สภ.ดอยเต่า ได้กล่าวว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีดังกล่าว ขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาได้เข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้ว เป็นเพศหญิงอายุ 30 ปี เป็นคนในพื้นที่ อ.ดอยเต่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ากระทำเพียงคนเดียว โดยขณะนั้นเมื่อปี 2562 ผู้ต้องหาทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวของที่ว่าการอำเภอดอยเต่า ในการทำงานเกี่ยวกับโครงการบัตรประชารัฐของชาวบ้าน 


จับแล้วมือมืดสวมสิทธิ์บัตรคนจนชาวดอยเต่า

หลังจากนั้นได้มีการส่งมอบบัตรให้กับชาวบ้าน โดยจะส่งมอบให้ชาวบ้านตามบ้าน หากไม่เจอจะนำไปฝากไว้กับผู้ใหญ่บ้าน หรือนำมาเก็บไว้ที่หน่วยงานอำเภอดอยเต่า แต่พอเวลาผ่านไปไม่มีชาวบ้านมารับบัตรที่ค้างไว้ จึงได้มีการแอบนำบัตรไปใช้จ่ายและกดเงินสด การใช้บัตรไม่ได้มีความสลับซับซ้อน เนื่องจากว่าการรูดซื้อของไม่ต้องใช้รหัส แต่การกดเงินสดมีรหัส ซึ่งรหัสของบัตรคือหมายเลข 4 ตัวท้ายของบัตรประชาชน ผู้ต้องหามีข้อมูลอยู่แล้วจึงสามารถนำไปกดเงินได้ ในโครงการเยียวยาที่รัฐบาลให้ประชาชน


ล่าสุดมีผู้เสียหายแจ้งความ 5 คน แต่รอการประสานจากทางผู้ใหญ่บ้านนำผู้เสียหายอีก 10 คนเข้ามาขยายผลที่ได้รับความเสียหาย ในเบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน 2.ลักทรัพย์ 3.เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น โดยผู้ต้องหาได้มีการรับทราบข้อกล่าวหา และได้มีการปล่อยตัวกลับไป เนื่องจาก ผู้ต้องหามามอบตัว ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งสามารถตามตัวได้ ซึ่งผู้ต้องหาเป็นคนภูมิลำเนาในพื้นที่

ข่าวล่าสุด