เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมควบคุมมลพิษ รายงานสรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 4 สถานีลดลงอยู่ในระดับเกณฑ์สีส้ม โดยจุดที่ค่าฝุ่นสูงสุดในวันนี้ อยู่ที่สถานีตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วัดได้ที่74 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่คุณภาพอากาศโดยภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และทัศนวิสัยในการมองเห็นยังอยู่ในระดับต่ำ โดยยังคงมีหมอกควันปกคลุมสีขาวขุ่น ขณะที่จุดความร้อนจังหวัดเชียงใหม่ จากดาวเทียมSuomi NPP ระบบ VIRS วันที่16 มีนาคม เวลา 01.53น.พบความร้อน57 จุด
ขณะที่นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนจากทั้ง 25 อำเภอ ร่วมประชุมรายงานผลการปฏิบัติงาน และการการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน โดยที่ประชุมได้รายงานผลการป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่ามีจุดความร้อนเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งสิ้น 3,041 จุด เมื่อเทียบกับสถิติปีที่ผ่านมาพบว่าลดลงไปร้อยละ 39.08 โดยพื้นที่ที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม อำเภอฮอด และอำเภอดอยเต่า ตามลำดับ
ทั้งนี้ ทางจังหวัดเชียงใหม่ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือน และดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน และจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งทุกพื้นที่งดการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในห้วงเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม -21 มีนาคม 2564 เพื่อลดปริมาณฝุ่นควันในอากาศ ขณะที่การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ สามารถเก็บใบไม้แห้งจากพื้นที่ป่า นำมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง และจัดเก็บเพื่อทำปุ๋ยแล้วกว่า 5,000 ตัน โดยในเขตพื้นที่อำเภอโซนใต้ได้มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงไปเรียบร้อยแล้ว และในช่วงเดือนมีนาคม และเมษายนจะเป็นการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในเขตอำเภอโซนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่
ส่วนค่าเฉลี่ยของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ พบว่าอยู่ระหว่าง 17-98 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมต่ออยู่ในระดับดี ถึง เริ่มมีผลต่อสุขภาพ ส่วนเดือนมีนาคม มีฝุ่นสะสมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมากจนอยู่ในระดับที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชน สาเหตุจากทิศทางลมที่พัดจากทางทิศตะวันตก พัดพาเอาหมอกควันข้ามแดนจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน และประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา อีกทั้งภูมิประเทศของจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นแอ่งกระทะ และสภาพอากาศยกตัวได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ไม่สามารถระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กออกไปนอกพื้นที่ได้ แต่พยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่าในระยะต่อไปจะมีแนวโน้มการระบายอากาศที่ดีขึ้น