"วิษณุ" เผย ไม่ต้องเถียงกันให้รอฟังความชัดเจนจากศาลรธน.
15 มี.ค. 2564 | tinakit_rat

วิษณุ เผย ขอให้อดใจรอคำวินิจฉัยกลางศาลรัฐธรรมนูญดีกว่า เถียงกันทั้งบ้านทั้งเมือง ซึ่งจะทราบผลวันนี้ (15 มี.ค) พยักหน้ารับ แนวทางที่เคยเสนอไปจะทำให้เรื่องนี้จบได้
ข่าว
15 มี.ค. 2564 | tinakit_rat

วิษณุ เผย ขอให้อดใจรอคำวินิจฉัยกลางศาลรัฐธรรมนูญดีกว่า เถียงกันทั้งบ้านทั้งเมือง ซึ่งจะทราบผลวันนี้ (15 มี.ค) พยักหน้ารับ แนวทางที่เคยเสนอไปจะทำให้เรื่องนี้จบได้
15 มี.ค. 64 - เมื่อเวลา 09.20 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลายฝ่ายยังคงตีความคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแตกต่างกันไปหลายทางว่า ขอให้รอคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญจะดีที่สุด ทราบว่าจะมีการหารือกันในวันนี้ (15 มี.ค.)
ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรา 256 (8) หมวด 15 ระบุว่าให้ทำประชามติ ตรงนี้จะทำให้สามารถดำเนินการไปพร้อมกับการลงมติในวาระ 3 ได้เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ประชามติตามมาตรา 256 (8) นั้น เป็นประชามติว่า การแก้ไขใดๆ ที่ได้ทำมา ซึ่งเป็นการถามประชามติในเรื่องอดีตที่ได้ทำมา ว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ แต่ในกรณีที่มีการเพิ่มหมวด 15/1 เข้าไปนั้นเป็นเรื่องของอนาคต
"แต่รายละเอียดทั้งหมดนั้น ขอให้เชื่อผมเถอะ ว่าขอให้อดใจ อย่ามัวมาเถียงกัน ทะเลาะกัน ขอให้รอฟังคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญเสียก่อน ซึ่งจะมีความชัดเจน ซึ่งเขาก็นั่งฟังกันอยู่ว่าที่ออกมา 4 บรรทัดแล้วทุกคนเถียงกันทั้งบ้านทั้งเมือง เขาก็ต้องตอบออกมาให้ได้ว่าความชัดเจนนั้นคืออะไร ก็ต้องรอฟังอย่าไปเถียงกันอยู่เลย" นายวิษณุ ระบุ
เมื่อถามย้ำว่า หากมีคำวินิจฉัยกลางออกมาแล้วแต่ยังมีการถกเถียงกันอยู่อีกจะทำอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า ขอไม่ตอบ ก็เถียงกันต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิษณุยืนยันใช่หรือไม่ว่า แนวทางที่เคยเสนอไปจะทำให้เรื่องนี้จบได้ นายวิษณุ พยักหน้าหลายหน พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า ครับ
กรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอให้มีการทำประชามติ ได้ตามมาตรา 166 ที่บัญญัติไว้ว่าในกรณีที่มีเหตุอันสมควร คณะรัฐมนตรีจะขอให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องใดอันมิใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือเรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ได้ ตามที่กฎหมาย บัญญัติ นายวิษณุ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น ปล่อยให้ทางสภาเขาดำเนินการไปก่อน ซึ่งมาตรา 166 นั้น เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี.