เนชั่นทีวี

ข่าว

สองผัวเมียแสบ! ตุ๋นชาวญี่ปุ่นเชิดเงิน 40 ล้านหนี

12 มี.ค. 2564 | kriangkrai_rat

สองผัวเมียแสบ! ตุ๋นชาวญี่ปุ่นเชิดเงิน 40 ล้านหนี

เชียงใหม่ - ชาวญี่ปุ่นโร่ร้องสื่อ หลังแจ้งความเอาผิด 2 สามีภรรยา หลังเปิดบริษัทชวนลงทุนด้านการท่องเที่ยวและการต่อวีซ่า ก่อนกลายเป็นนักต้มตุ๋นเชิดเงิน 40 ล้านหายเข้ากลีบเมฆ ตำรวจยังจับไม่ได้ วอนใครแจ้งเบาะแสจนจับได้มีรางวัลตอบแทน

วันที่ 12 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกลุ่มชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ใน จ.เชียงใหม่ รวมตัวเข้ามาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวพร้อมหลักฐาน ให้ช่วยตามหานางสาววรินทร หรือหนึ่ง ทรัพย์รชา อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาเป็นชาว อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมกับแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่น หลังจากที่ทางกลุ่มชาวญี่ปุ่นกลุ่มนี้ ถูกน.ส.วรินทร และสามีชาวญี่ปุ่น ร่วมกันหลอกลวงให้ลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวและวีซ่าจนมีชาวญี่ปุ่นและชาวสิงคโปร์หลงเชื่อจำนวนหลายสิบคน


สองผัวเมียแสบ! ตุ๋นชาวญี่ปุ่นเชิดเงิน 40 ล้านหนี


โดยมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 40 ล้านบาท และทำให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวต่างชาติญี่ปุ่น หลายคนต้องเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก เนื่องจากการพำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ต้องทำเรื่องต่อวีซ่า ที่ต้องมีเงินรองรับในบัญชีธนาคารไม่ต่ำกว่า 800,000 บาท ทำให้ขณะนี้ผู้เสียหายบางรายไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้



นายฮิโรอาคิ โอคาเบะ อายุ 61 ปี ผู้เสียหายกล่าวผ่านทางล่ามแปลภาษาว่า ตนเองได้มาพำนักระยะยาวในวัยเกษียณที่ จ.เชียงใหม่มานานกว่า 10 ปี และเมื่อช่วงต้นปี 2562 น.ส.วรินทร และแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่เปิดบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับทัวร์อยู่ใน อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งทางเจ้าตัวอ้างว่าดำเนินกิจการเกี่ยวกับจัดทัวร์และให้บริการต่อวีซ่าให้กับชาวต่างชาติ และได้มาชักชวนให้ตนเองและกลุ่มเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่รู้จักใน จ.เชียงใหม่ ร่วมลงทุนกับบริษัทดังกล่าว ตนเห็นว่าหญิงคนนี้สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ประกอบกับฝ่ายชายก็เป็นคนญี่ปุ่นด้วยกัน อีกทั้งหญิงสาวคนนี้ยังพูดจาดี จึงทำให้ตนเกิดความเชื่อถือ รวมทั้งผู้เสียหายคนอื่นๆ ด้วย


โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 น.ส.วรินทร บอกว่าทางบริษัทได้รับอนุมติให้จัดกิจกรรมงานยี่เป็งที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ วันที่ 11 และ 12 พฤศจิกายน 2562 พร้อมกับได้ชักชวนให้ตนร่วมลงทุนและจะให้ผลตอบแทนร้อยละ 30 ด้วยความที่ตนเห็นว่า น.ส.วรินทร มีที่ตั้งบริษัทเป็นหลักแหล่ง มีแฟนเป็นคนญี่ปุ่น และ น.ส.วรินทร ยังถือสัญชาติญี่ปุ่นเป็นสัญชาติที่สอง จึงเชื่อใจและร่วมลงทุนไปกับ น.ส.วรินทร เป็นเงิน 1 ล้านบาท


นอกจากนี้ต่อมาระหว่างที่รอจัดงานยี่เป็ง น.ส.วรินทร ยังได้ชักชวนให้ตนลงทุนในธุรกิจต่อวีซ่าให้กับชาวญี่ปุ่น โดยอ้างว่าจะนำเงินไปการันตีเพื่อต่อวีซ่าให้กับชาวญี่ปุ่น ตามเงื่อนไขที่จะต้องมีเงินการันตีคนละ 800,000 บาท โดยบอกว่ามีชาวญี่ปุ่นหลายคนที่มีเงินไม่พอและต้องต่อวีซ่า หากร่วมลงทุนจะได้ค่าตอบแทนจากการเช่าเงินร้อยละ 5-10 ของเงินที่ลงทุน ตนเองเกิดความสนใจจึงทยอยโอนเงินให้เดือนละครั้ง ครั้งละหลายแสนบาท ซึ่งครั้งล่าสุดเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2563 โดยระหว่างที่ลงทุน ในช่วงแรกก็ได้รับเงินผลตอบแทน แต่ช่วงหลังก็เงียบหายไป โดย น.ส.วรินทร อ้างว่าเงินอยู่ในระยะเวลาการันตี ยังไม่สามารถถอนออกมาให้ได้


กระทั่งต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2563 น.ส.วรินทร ได้ขาดการติดต่อ ตนจึงไปตามหาที่บริษัทกลับพบว่าบริษัทปิดกิจการไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปตามหาที่บ้านพักของ นางสาววรินทร กับแฟนชาวญี่ปุ่น ก็พบว่าทั้ง 2 คน ได้ย้ายออกไปแล้ว จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก เมื่อสอบถามกลุ่มเพื่อนชาวญี่ปุ่นก็พบว่ามีหลายคนถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน ซึ่งทุกคนบอกตรงกันว่า นางสาววรินทร ห้ามไม่ให้เล่าเรื่องการลงทุนดังกล่าวให้กับคนอื่นได้ทราบ


นายฮิโรอาคิ บอกอีกว่า ตนเองโอนเงินไปทั้งหมด 17 ครั้ง รวมเป็นเงิน 9.4 ล้านบาท ได้คืนมา 1.4 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนอื่นๆ ก็ลงทุนคนละหลายแสนถึงหลายล้านบาท อีกทั้งเมื่อตรวจสอบยังพบว่ามีชาวสิงคโปร์อีกบางส่วนที่ถูก น.ส.วรินทร พร้อมกับแฟนชาวญี่ปุ่น หลอกลวงในลักษณะเดียวกันนี้ โดยเบื้องต้นคิดเป็นมูลค่าความเสียหายของคนทั้งหมดที่ถูก น.ส.วรินทร หลอกลวงประมาณ 40 ล้านบาท


สองผัวเมียแสบ! ตุ๋นชาวญี่ปุ่นเชิดเงิน 40 ล้านหนี

ขณะที่ นายคิโยโนริ ฮิราโอกะ อายุ 69 ปี หนึ่งในผู้เสียหายอีกราย ที่เสียเงินไปกว่า 8 แสนบาท เล่าว่า หลังจากที่ตนได้นำเงินไปร่วมลงทุนกับ น.ส.วรินทร แล้วกลับถูกหลอกลวงนั้นทำให้ตนต้องหมดเนื้อหมดตัวไม่มีเงินใช้จ่าย อีกทั้งตนเองยังล้มป่วยเป็นโรคมะเร็ง ไม่มีเงินไปตรวจรักษาเพราะถูกหลอกเอาเงินไปจนหมด อีกทั้งก็ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ ทำให้ตนเครียดมานานหลายเดือน จึงอยากให้ตำรวจช่วยกับตัวมาโดยเร็ว เพื่อให้มาชดใช้เงินคืนให้กับพวกตนเอง


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้เสียหาย 4 คน ได้รวมตัวเข้าแจ้งความที่ สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อปลายปี 2563 ก่อนที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่จะออกหมายจับ น.ส.วรินทร ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ แต่จนถึงขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังจับกุมตัวไม่ได้ จึงเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับสื่อมวลชน ขอให้เผยแพร่ข่าวเพื่อให้ผู้ที่ทราบเบาะแสแจ้งข้อมูลเพื่อให้ตำรวจเข้าจับกุมซึ่งจะมีรางวัลนำจับให้ด้วย


สองผัวเมียแสบ! ตุ๋นชาวญี่ปุ่นเชิดเงิน 40 ล้านหนี

ข่าวล่าสุด