นายฮิโรอาคิ โอคาเบะ อายุ 61 ปี ผู้เสียหายกล่าวผ่านทางล่ามแปลภาษาว่า ตนเองได้มาพำนักระยะยาวในวัยเกษียณที่ จ.เชียงใหม่มานานกว่า 10 ปี และเมื่อช่วงต้นปี 2562 น.ส.วรินทร และแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่เปิดบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับทัวร์อยู่ใน อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งทางเจ้าตัวอ้างว่าดำเนินกิจการเกี่ยวกับจัดทัวร์และให้บริการต่อวีซ่าให้กับชาวต่างชาติ และได้มาชักชวนให้ตนเองและกลุ่มเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่รู้จักใน จ.เชียงใหม่ ร่วมลงทุนกับบริษัทดังกล่าว ตนเห็นว่าหญิงคนนี้สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ประกอบกับฝ่ายชายก็เป็นคนญี่ปุ่นด้วยกัน อีกทั้งหญิงสาวคนนี้ยังพูดจาดี จึงทำให้ตนเกิดความเชื่อถือ รวมทั้งผู้เสียหายคนอื่นๆ ด้วย
โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 น.ส.วรินทร บอกว่าทางบริษัทได้รับอนุมติให้จัดกิจกรรมงานยี่เป็งที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ วันที่ 11 และ 12 พฤศจิกายน 2562 พร้อมกับได้ชักชวนให้ตนร่วมลงทุนและจะให้ผลตอบแทนร้อยละ 30 ด้วยความที่ตนเห็นว่า น.ส.วรินทร มีที่ตั้งบริษัทเป็นหลักแหล่ง มีแฟนเป็นคนญี่ปุ่น และ น.ส.วรินทร ยังถือสัญชาติญี่ปุ่นเป็นสัญชาติที่สอง จึงเชื่อใจและร่วมลงทุนไปกับ น.ส.วรินทร เป็นเงิน 1 ล้านบาท
นอกจากนี้ต่อมาระหว่างที่รอจัดงานยี่เป็ง น.ส.วรินทร ยังได้ชักชวนให้ตนลงทุนในธุรกิจต่อวีซ่าให้กับชาวญี่ปุ่น โดยอ้างว่าจะนำเงินไปการันตีเพื่อต่อวีซ่าให้กับชาวญี่ปุ่น ตามเงื่อนไขที่จะต้องมีเงินการันตีคนละ 800,000 บาท โดยบอกว่ามีชาวญี่ปุ่นหลายคนที่มีเงินไม่พอและต้องต่อวีซ่า หากร่วมลงทุนจะได้ค่าตอบแทนจากการเช่าเงินร้อยละ 5-10 ของเงินที่ลงทุน ตนเองเกิดความสนใจจึงทยอยโอนเงินให้เดือนละครั้ง ครั้งละหลายแสนบาท ซึ่งครั้งล่าสุดเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2563 โดยระหว่างที่ลงทุน ในช่วงแรกก็ได้รับเงินผลตอบแทน แต่ช่วงหลังก็เงียบหายไป โดย น.ส.วรินทร อ้างว่าเงินอยู่ในระยะเวลาการันตี ยังไม่สามารถถอนออกมาให้ได้
กระทั่งต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2563 น.ส.วรินทร ได้ขาดการติดต่อ ตนจึงไปตามหาที่บริษัทกลับพบว่าบริษัทปิดกิจการไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปตามหาที่บ้านพักของ นางสาววรินทร กับแฟนชาวญี่ปุ่น ก็พบว่าทั้ง 2 คน ได้ย้ายออกไปแล้ว จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก เมื่อสอบถามกลุ่มเพื่อนชาวญี่ปุ่นก็พบว่ามีหลายคนถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน ซึ่งทุกคนบอกตรงกันว่า นางสาววรินทร ห้ามไม่ให้เล่าเรื่องการลงทุนดังกล่าวให้กับคนอื่นได้ทราบ
นายฮิโรอาคิ บอกอีกว่า ตนเองโอนเงินไปทั้งหมด 17 ครั้ง รวมเป็นเงิน 9.4 ล้านบาท ได้คืนมา 1.4 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนอื่นๆ ก็ลงทุนคนละหลายแสนถึงหลายล้านบาท อีกทั้งเมื่อตรวจสอบยังพบว่ามีชาวสิงคโปร์อีกบางส่วนที่ถูก น.ส.วรินทร พร้อมกับแฟนชาวญี่ปุ่น หลอกลวงในลักษณะเดียวกันนี้ โดยเบื้องต้นคิดเป็นมูลค่าความเสียหายของคนทั้งหมดที่ถูก น.ส.วรินทร หลอกลวงประมาณ 40 ล้านบาท