กมธ.ปาล์ม พบเกษตรกร แก้ปัญหาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ
12 มี.ค. 2564 | wikanda_khu

ตรัง - คณะกรรมาธิการปาล์มลงพื้นที่พบเกษตรกรรับฟังปัญหา เร่งผลักดันการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ทั้งด้านโครงสร้างราคา และนำสู่การออก พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันต่อไป
ข่าว
12 มี.ค. 2564 | wikanda_khu

ตรัง - คณะกรรมาธิการปาล์มลงพื้นที่พบเกษตรกรรับฟังปัญหา เร่งผลักดันการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ทั้งด้านโครงสร้างราคา และนำสู่การออก พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันต่อไป
12 มีนาคม 2564 ที่ศูนย์การเรียนรู้ปาล์มน้ำมันแปลงใหญ่ ของนายฉัตรชัย รัตวิวัฒน์นาพงษ์ หมู่ 6 ต.เขาปูน อ.ห้วยยอด นายวีระกร คำประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน โฆษกคณะกรรมาธิการฯและคณะ ลงพื้นที่รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ รวมทั้งแนวทางการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันจากตัวแทนเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.ตรัง ,ตัวแทนสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจ.ตรัง ,ตัวแทนลานเท จ.ตรัง นำโดย ทั้งเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นภายในจังหวัด , ความไม่เป็นธรรมในการรับซื้อปาล์มของกลุ่มโรงงานสกัด การฉวยโอกาสทุบราคา การกำหนดราคาควบคุมที่สะท้อนราคาที่แท้จริง
โดยคณะกรรมาธิการฯกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล เพื่อเร่งผลักดันการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ทั้งด้านโครงสร้างราคา และนำสู่การออก พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันต่อไป เพื่อออกเป็นกฎหมายมาบังคับควบคุมสินค้าประเภทปาล์มน้ำมัน ให้เกิดความเป็นธรรมกับเกษตรกร และมีบทกำหนดลงโทษผู้ฝ่าผืนกฎหมายปาล์มน้ำมันอย่างเด็ดขาดต่อไป คณะกรรมาธิการฯจึงมีกำหนดลงพื้นที่รับฟังข้อมูลจากเกษตรกร และร่วมกำหนดแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน ทั้งนี้ ในพ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันดังกล่าว คณะกรรมาธิการฯจะกำหนดให้ทุกโรงมีการติดตั้งมิเตอร์ที่ถังจัดเก็บน้ำมันของโรงงานทุกถัง เพื่อป้องกันควบคุมการลักลอบนำเข้าน้ำมันและค้าน้ำมันผิดกฎหมาย
โดยที่ผ่านมาได้มีการเข้าพบผู้ค้าน้ำมันปาล์มเถื่อนรายใหญ่ของประเทศรายหนึ่งในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อขอความร่วมมือให้เลิกการนำเข้าน้ำมันผิดกฎหมาย ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันขยับขึ้นมาต่อเนื่องมาเป็นระยะปีเศษแล้ว ,โรงงานสกัดทุกโรงจะต้องประกาศราคารับซื้อ, ประกาศปริมาณน้ำมันในสต๊อกรายวัน ,ประกาศเปอร์เซ็นต์น้ำมันรายวัน และต้องปิดประกาศกำหนดราคา กรณีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงขึ้นจาก 18% จะต้องจ่ายคืนให้เกษตรกรจำนวนเท่าไร และประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูล ผ่านแอปพลิเคชั่นของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เพื่อตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำมันปาล์ม ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์น้ำมันของทุกโรงงานได้ตลอดเวลา มีการจัดตั้งกองทุนน้ำมันปาล์ม เพื่อไว้ช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะกรณีการประกาศเปอร์เซ็นต์น้ำมันหน้าโรงงานรายวันนั้น และกำหนดราคาเพิ่มกรณีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงจาก 18% ว่าจะจ่ายคืนให้แก่เกษตรกรกี่บาทนั้น เป้าหมาย เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตแต่ปาล์มน้ำมันที่มีคุณภาพ และลดต้นทุนการผลิต เพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับประเทศข้างเคียง ทั้งเวียดนาม และมาเลเซีย
อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาของลานเทใน จ.ตรัง ที่รับซื้อปาล์มน้ำมันของเกษตรกรนั้น ขณะนี้จะต้องขนผลปาล์มน้ำมันไปส่งขายที่โรงงานจังหวัด จ.กระบี่ และจ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากได้ราคาสูงกว่า สาเหตุเกิดจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในจ.ตรัง ขณะนี้มีเพียง 4 โรง และหยุดดำเนินกิจการ หลังราคาปาล์มปรับตัวสูงขึ้น 1 โรง คงเหลือรับซื้อปกติเพียง 3 โรงเท่านั้น ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันในการซื้อ ทำให้ขายได้ราคาถูกกว่าจังหวัดกระบี่ และจ.นครศรีธรรมราช เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯสั่งการให้นายปริญญา ช่วยเกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลชาวจ.ตรัง ซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการฯด้วยนั้น ไปหาข้อมูล สาเหตุที่โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มมีน้อย เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ เพื่อหาทางออกต่อไป เบื้องต้น เสนอให้มีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นชุมนุมสหกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาการถูกกดราคาจากโรงงาน
ด้านปัญหาการลักลอบนำเข้าปาล์มน้ำมันเถื่อนนั้น นายวีระกร กล่าวว่า แค่รายเดียวก็สามารถทำให้ราคาเกิดความผันผวนได้ ตนเองได้เข้าไปขอร้องให้หยุดการกระทำ และตักเตือนไว้แล้ว แต่ไม่มีอำนาจจับกุม และไม่ทราบว่าทำมานานแค่ไหน แต่ราคาน้ำมันปาล์มขณะนั้นตกต่ำมาก แม้ว่ารัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการนำปาล์มน้ำมันไปใช้ในโรงไฟฟ้ามากถึง 300,000 ตัน แล้วก็ตาม แต่ราคาก็ยังตกต่ำ โดยปีหนึ่งเชื่อว่านำเข้านับแสนตัน แต่หลังจากที่ตนเองเข้าไปพบ และขอร้องให้เลิก หลังจากนั้นราคาปาล์มก็พุ่งสูงขึ้นจนถึงขณะนี้ ส่วนราชการที่กำกับดูแลในพื้นที่ก็ทราบตัวตนผู้ค้ารายดังกล่าว แต่ทำนิ่งเฉย เพราะข้าราชการทำงานแบบธุระไม่ใช่ ไม่เข้าไปยุ่งดีกว่า อยู่เฉยๆ มีรายรับ เช่นเดียวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ชุมนุมสหกรณ์น้ำมันปาล์มกระบี่ ที่เงินหายไปนับ 400 ล้านบาท สาเหตุเพราะบริษัทคู่ค้าในประเทศเวียดนามเป็นหนี้อยู่ 400 ล้านบาท ก็เกิดจากข้าราชการ แทนที่ข้าราชการจะไปประชุมร่วมกับกรรมการ สหกรณ์ฯทุกเดือน ตามหน้าที่ ซึ่งต้องเข้าไปตรวจสอบตัวบัญชี ให้ข้อแนะนำ กลับไม่ยอมไปประชุมเป็นปี โดยมีข้อมูลว่าสหกรณ์จังหวัดขณะนั้น (ปี พ.ศ.2560) รับเงินใต้โต๊ะ พร้อมพาไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และสร้างบ้านหลังใหญ่โตให้
ส่วนแผนฟื้นฟูชุมนุมสหกรณ์จ.กระบี่นั้น ได้มอบหมายให้รองผู้ว่าฯไปคุยกับกรรมการทั้ง 11 คน ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนร่วมกับการทุจริต ทั้งนี้มีการตกลงกันในชั้นศาลว่ามีการผ่อนจ่ายปีละ 24 ล้านบาท แต่ตอนนี้สหกรณ์ไม่มีเงินเหลือเลย และเป็นหนี้ ลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างนาน 4 เดือน และ ลานเทปาล์มจำนวน 13 ล้าน ที่ ไม่ได้รับเงิน รวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ทั้งนี้ ถ้าทำตัวเป็นข้าราชการที่ดี การปล่อยสินเชื่อ 400 ล้านบาท คงไม่เกิดเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการทุจริต โดยให้ไปคุยกันก่อนว่าเบื้องต้นให้เอาเงินคืนมาก่อน 100 ล้านบาท เพื่อให้สหกรณ์ดำเนินกิจการต่อได้ และปีต่อไป จ่ายปีละ 24 ล้านบาท แล้วเลิกแล้วต่อกัน ไม่มีการดำเนินคดี แบบนี้จะเอามั้ย หรือ อยากไปนอนใช้เงินในคุกตอนแก่ก็ไม่ว่ากัน ส่วนข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯจะนำเข้าที่ประชุม เพื่อหาทางแก้ปัญหาต่อไป แต่ที่เร่งด่วนที่สุด จะเร่งรัดให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ติดตั้งมิเตอร์วัดปริมาณน้ำมันแบบเรียลไทม์ เพื่อง่ายในการตรวจสอบปริมาณน้ำมันในสต็อก แก้ปัญหาการลักลอบค้าน้ำมันผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ลักลอบนำเข้าน้ำมันมันปาล์มเถื่อนรายใหญ่นั้น อยู่ใน จ.นครสวรรค์