เนชั่นทีวี

ข่าว

ขอคืนพื้นที่สร้างอนุสาวรีย์พระนารายณ์

08 มี.ค. 2564 | sumalee

ขอคืนพื้นที่สร้างอนุสาวรีย์พระนารายณ์

ขอคืนพื้นที่ทุบตึกแถวข้างศาลหลักเมือง เตรียมจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช หวังแลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองโคราช หลังพบประวัติศาลหลักเมืองสร้างตั้งแต่สมัยพระนารายณ์

 8 มีนาคม  2564 ที่ศาลหลักเมือง เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา พระสีหราชสมาจารมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา พร้อมนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา นายประสิทธิ์ ศรีภิรมย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด (ยธจ.).นครราชสีมา นายไชยนันท์ แสงทอง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) อีสาน นครราชสีมา ในฐานะรับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการจัดสร้างลานและฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดนครราชสีมา และคณะกรรมการศาลหลักเมืองโคราช ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงสักการะศาลหลักเมืองและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถ วัดพระนารายณ์วรวิหารหรือวัดกลางนคร จากนั้นได้ใช้รถแบคโฮหรือรถขุดตักรื้อถอนอาคารพาณิชย์ขนาด2ชั้นครึ่ง จำนวน6คูหา ซึ่งครบกำหนดสัญญาเช่า30ปี ถือเป็นทรัพย์สินของวัดพระนารายณ์ ฯ ตั้งอยู่ด้านถนนประจักษ์ เพื่อเตรียมจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ฯ ตามที่กรมศิลปากรได้พิจารณาเห็นชอบ
 


ขอคืนพื้นที่สร้างอนุสาวรีย์พระนารายณ์

นายวิเชียร ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า วันนี้ได้รื้อถอนอาคารจำนวน 6 คูหา ซึ่งมีสภาพเสื่อมโทรมตามอายุการใช้งานกว่า 50 ปี และในวันที่ 31 มี.ค. นี้ จะครบกำหนดสัญญาเช่าอีก 4 คูหา ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาผู้เช่าเดิมเพื่อขอคืนพื้นที่เตรียมจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ฯ เชื่อมต่อศาลหลักเมืองและวัดพระนารายณ์วรวิหาร ต่อไปจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองโคราชและเป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเงื่อนไขของกรมศิลปากรระบุเพื่อความสง่างามและสมพระเกียรติห้ามมิให้มีสิ่งปลูกสร้างบดบังพระบรมราชานุสาวรีย์พระนารายณ์ ฯ จากนั้นจะขอคืนพื้นที่อาคารที่หมดสัญญาเช่าภายในปีนี้ รวมอาคารเป้าหมาย14คูหา คาดจะสามารถเริ่มโครงการในปีงบประมาณ 2565 โดยดำเนินการคู่ขนานทั้งโรงหล่อพระนารายณ์ ฯ และปรับภูมิทัศน์รอบศาลหลักเมือง กำหนดประมาณปี 2566 แล้วเสร็จโครงการ จากนั้นจะมีการหารือเตรียมจัดงานวันสถาปนาจังหวัดนครราชสีมาต่อไป



ขอคืนพื้นที่สร้างอนุสาวรีย์พระนารายณ์


สำรับศาลหลักเมืองนครราชสีมา จัดสร้างขึ้นเมื่อครั้งสร้างเมืองนครราชสีมาระหว่างปี พ.ศ.2199-2231ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาเจ้าอนุวงศ์ได้ยกกองทัพมายึดเมืองนครราชสีมา เมื่อ พ.ศ.2369 และได้ทำลายเสาหลักเมือง โดยโค่นล้มเสาหลักเมือง จากการเล่าสู่กันมา นายแก้ว เพชรโสภณ คนดูแลศาลระบุว่า ศาลหลักเมืองเดิมเป็นศาลไม้เล็ก ๆ มีเสา 6 ต้น ปลูกเป็นโรงเรือน พื้นเป็นดิน หลังคามุงสังกะสี ฝากระดานเกร็ด มีประตู 1 ประตู เสาหลักเมืองถูกแขวนโยงไว้ด้วยเชือกหนัง ทั้งหัวเสาและโคนเสา โดยหันหัวเสาไปทางประตูไชยณรงค์ หรือประตูผี ด้านทิศใต้ ส่วนโคนเสาอยู่ทางทิศเหนือ สภาพภายในค่อนข้างมืดสลัว มีกลิ่นหอมธูปเทียนอบอวล บริเวณหน้าศาลเป็นโคลน มีต้นจันทน์ปลูกเรียงรายตามถนน มีเสาหลักร้อย (เสาหลักแรกของเมืองนครราชสีมา ปักไว้ฝั่งตรงข้ามถนน) เสานี้จะปักไว้ข้างถนนเป็นระยะจนถึงบ้านหลักร้อย ทางทิศตะวันตกของศาลเป็นป่า มีโรงหนัง โรงลิเก คนเมืองนครราชสีมานับถือศาลหลักเมืองนี้มาก คนผ่านไปมาจะต้องกราบไหว้ โดยเฉพาะเกวียนเทียมวัว ถ้าไม่กราบไหว้เกวียนจะติดหล่ม วัวจะล้มลุกเดินไปไม่ได้จนกว่าจะเซ่นไหว้เสียก่อน ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ร.ศ.119 ทรงได้ทอดพระเนตรศาลหลักเมือง ทรงจุดเทียนบูชาเทพารักษ์ แล้วเสด็จทรงม้าพระที่นั่งกลับทางประตูชุมพล 


ขอคืนพื้นที่สร้างอนุสาวรีย์พระนารายณ์






ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2446 (ร.ศ.122) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาทรงสังเวย ขณะนั้นพระองค์ทรงดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมาร เมื่อปี พ.ศ.2506 ประชาชนพ่อค้า ข้าราชการ ได้ร่วมกันสร้างศาลขึ้นใหม่แทนศาลเดิมซึ่งสร้างด้วยไม้ได้ชำรุดทรุดโทรมลง เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้ทำพิธีอัญเชิญขึ้นศาลใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯมาทำพิธีสังเวย เมื่อวันที่30ตุลาคม พ.ศ.2506เวลา09.30น. และกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่3มกราคม พ.ศ.2480ศาลหลักเมืองจังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ถนนจอมพล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา.

ขอคืนพื้นที่สร้างอนุสาวรีย์พระนารายณ์

ขอคืนพื้นที่สร้างอนุสาวรีย์พระนารายณ์

ขอคืนพื้นที่สร้างอนุสาวรีย์พระนารายณ์

ข่าวล่าสุด