เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 8 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวารายงานว่า กรมควบคุมมลพิษรายงานดัชนีคุณภาพอากาศ ที่บริเวณสถานีช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ที่ 223 โดยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2. เฉลี่ยราย 24 ชั่วโมง วัดได้ที่ 113 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งตามเกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย หากเกิน 201 ขึ้่นไป ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่Chiang Mai Air Quality Health Index (CMAQHI)ดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพชาวเชียงใหม่ ได้รายงานเมื่อเวลา 11.00น. ว่า บริเวณโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ค่าPM 2.5 รายนาที วัดได้ที่ 217 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าอากาศไม่ดีอย่างยิ่ง
ขณะที่ ทางhttps://www.iqair.com ซึ่งเป็นเว็ปไซต์รายงานคุณภาพาอากาศของโลก ได้จัดลำดับว่าจังหวัดเชียงใหม่มีคุณภาพอากาศที่มีัผลกระทบต่อสุขภาพ ติดอันดับ 1-5 ของโลก มาเป็นเวลานานเกือบสัปดาห์ ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00น. ในวันที่ 8 มีนาคม 2564 จังหวัดเชียงใหม่มีดัชนีคุณภาพอากาศ หรือAQIอยู่ที่ 251 ถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยบรรยากาศภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่สามารถมองเห็นหมอกควันสีขาวขุ่นปกคลุมทั่วเมือง และไม่สามารถมองเห็นภาพของดอยสุเทพได้เหมือนปกติ ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ ต่างบอกว่า แสบตา และหายใจติดขัด ส่วนโรงเรียนต่างๆ ได้งดกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อให้นักเรียนปลอดภัยจากการสูดควันพิษ
ศ.นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ หัวหน้าหน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวว่า ระดับของค่าฝุ่นPM 2.5 ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพทำให้มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากการวิจัยพบว่า ค่าฝุ่นPM2.5 ่สูงเกินค่ามาตรฐาน ที่เพิ่มขึ้นทุกร้อยละ 10 ไมโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะมีทำให้มีอัตราผู้เสียชีวิตในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 ต่อวัน โดยจะพบว่าในเวลา 1-7 วัน จะมีผู้เสียชีวิตจากการสูดควันพิษ โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง
ดังนั้น ประชาชนชาวเชียงใหม่ ต้องตระหนักว่าค่าฝุ่นPM2.5 เป็นฝุ่นควันพิษ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ในรูปแบบของภัยเฉียบพลัน และภัยระยะยาว ซึ่งข้อมูลคุณภาพอากาศที่ทุกคนเข้าถึงได้ ได้มีการแจ้งเตือน หากว่าวันไหนที่ค่าฝุ่นสูงเกิินค่ามาตรฐาน จึงไม่ควรจะไปออกกำลังกายกลางแจ้งทุกประเภท หรือแม้แต่ในร่ม หากว่าไม่มีเครื่องฟอกอากาศก็ควรงดกิจกรรม เพราะมีโอกาสที่โรคประจำตัวที่ซ่อนเร้นอาจจะทำให้เกิดการป่วยได้ ซึ่งเป็นภาวะอันตราย และที่พบคือ อัตราการเสียชีวิิตของคนไทยเป็นมะเร็งปอดมากขึ้น โดยไม่ใช่กลุ่มที่สูบบุหรี่ และมีค่าเฉลี่ยอายุน้อยลง ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
"โอกาสต่อไปของคนที่มีโรคประจำตัวที่ไม่เชื่อคำเตือนด้วยการไปออกกำลังกายกลางวันในวันที่คุณภาพอากาศไม่ดีมีผลกระทบต่อสุขภาพมีแนวโน้มจะเสียชีวิตแบบเฉียบพลันมากขึ้น และมองว่าที่ผ่านมา รัฐบาลยังแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ไปมองว่า ฝุ่นเกิดจากปัญหาการจราจร แต่จริงๆแล้ว ฝุ่นยังเกิดจากปัญหาการเผา โดยเฉพาะในกลุ่มของอุตสาหกรรมการเกษตร ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ" ซึ่งหากว่าภาครัฐยังมองต้นเหตุของปัญหาไม่ได้ ก็จะทำให้โอกาสที่ประชาชนต่อเผชิญกับปัญหาสุขภาพจากการสูดควันพิษมีแนวโน้มจะรุนแรงยิ่งขึ้น "ศ.นพ.ชายชาญ กล่าว