น.สพ.ดร.ทวีโภค อังควาณิช หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ช้างฯ กล่าวว่า ผลการรักษาผ่านมา 3 วันพบว่าช้างทั้ง 5 เชือกมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ช่วงแรกที่มาถึงโรงพยาบาลฯ ช้างทุกเชือกมีอาการซึมอย่างเห็นได้ชัดและไม่กินอาหาร ทางสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลช้างลำปางฯ และศูนย์การวิจัยช้างและสัตว์ป่าฯ ได้ทำการรักษาช้างโดยการให้สารน้ำเพื่อขับสารพิษ ให้ยาลดการอักเสบ ยากดภูมิคุ้มกัน และยาต้านอนุมูลอิสระในช้างทุกเชือก ตามแนวทางการรักษาช้างที่สัมผัสสารเคมีทางการเกษตรในกรณีที่แล้วมา ภายหลังจากทำการรักษา พบว่าช้างทุกเชือกมีการตอบสนองต่อการรักษาดี สามารถกินน้ำและอาหารได้ ขับถ่ายปกติ โดยเฉพาะพังโม่พอนะที่มีอาการหนักมากกว่าเชือกอื่น ขณะนี้อาการซึมลดลงจนสู่ภาวะปกติ มีการตื่นตัวและโยกตัว กินอาหารได้ดี
ส่วนลูกช้างน้อยรักษาผ่านแม่ ส่วนหนึ่งเพราะยังกินนมแม่อยู่ และจะต้องให้ยาผ่านสารน้ำด้วยวิธีวางยาซึม และต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะยาจะออกฤทธิ์ได้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง ซึ่งจะวางยาในช่วง5 วันแรกของการรักษา และประเมินสถานการณ์ต่อไป