นายวิชัย ตันตุลา ต.โป่ง อ.ด่านซ้าย จ.เลย หนึ่งในจำนวนผู้ค้าลอตเตอรี่รายย่อยจังหวัดเลย กล่าวว่า ตนและภรรยาต้องมาซื้อที่ตลาดแห่งนี้เป็นประจำ เนื่องจากไม่เคยได้รับโควต้า งวดละ 500 ฉบับหรือ 1 เล่มต่อคน จากนั้นก็ไปขายที่ จ.สระบุรี ขายมาได้ 8 ปี มีปัญหาหลายด้านทั้งราคาสูงและทางราชการจะจับปรับแพง ตนและภรรยาจึงหยุดขาย 2 ปี มีเงินสะสมจำนวน 250,000 บาท นำมาลงทุนปลูกขิงประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติ ขาดทุน จึงหันกลับมาขายลอตเตอรี่ต่อ ถึงวันนี้ก็ 10 ปี งวดนี้ราคาที่ยี่วปั๊วขายสูงเฉลี่ย 87 บาทต่อฉบับ ก็ต้องทนสู้ยอมรับว่าแพง รายย่อยก็ต้องขายแพงขึ้น อยากให้ยี่ปั๊วขายต้องไม่เกิน 80 บาท ผู้ค้าร่ายย่อยก็พออยู่ได้ ส่วนการลงทะเบียนขอโควตาที่ทางจังหวัดเลยจัดให้ตนก็จะไปลงแน่นอน เพราะหวังมานานนับสิบปีแล้ว แต่ไม่เคยได้และเป็นการเสี่ยงโชคจับสลากรายชื่ออีกด้วย เห็นว่ายุติธรรมและโปร่งใสเป็นครั้งแรกที่ทำวิธีนี้ ตนเห็นด้วย
นางวงเดือน สมแก้ว อายุ 70 ปี เลขที่ 254 หมู่ 6 บ้านโคกมน ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย กล่าวว่า ขายลอตเตอรี่รายย่อยมานานหลายปี แรกก็ซื้อไป 2,000 ฉบับ 800 ฉบับ และลดเหลือ 500 บาท ฉบับต่องวด ลดลงเรื่อย ๆ ไปเลือกซื้อที่ตลาดลอตเตอรี่เป็นประจำ ไม่เคยได้รับโควต้า ซื้อมาก็เดินทางขายที่ จ.ชลบุรี เช่าบ้านพัก เช่าบริเวณหน้าร้านค้าขายบ้าง เดินเร่ขายบ้าง มีลูกสาวและลูกสะไภ้ขายด้วย ส่วนการขายเกินราคานั้นตนยังไม่เคยถูกจับ มีลูกค้าประจำ ที่เห็นใจเพราะว่าไปซื้อจากมือยี่ปั๊วราคา 87 บาท บางงวดถึง 92 บาท ไปขายได้กำไรเพียง 8 บาท รายจ่ายในการเดินทางออกไปขายต่างจังหวัดนั้นนับว่าสูง กับการที่ทางราชการให้รางวัลนำจับกับผู้ขายเกินราคา นั้น ตนไม่เห็นด้วย การลงทะเบียนรับโควต้านั้นเมื่อหยิบยื่นโอกาสให้ก็จะพาลูกๆไปลง หากไม่ได้ก็ถือเป็นเรื่องของดวง ตนเห็นด้วยที่ทางจังหวัดเลยวางหลักการอย่างนี้เชื่อว่าจะมีความเสมอภาค เกิดความยุติธรรม และโปร่งใส