ระหว่างทางจุดแรกที่นักท่องเที่ยวจะได้แวะชม คือจุดโค้งประตูเมืองเก่าโบราณ ที่ชาวบ้านหลายคนชื่อว่า ในอดีต สมัยพ่อขุนบางกลางท่าว หรือ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ใช้เป็นแหล่งรวบรวมไพร่พล และสอดแนมฝ่ายข้าศึกศัตรูก่อนยกไปตี กองทัพขอม เนื่องจากมีภูมิประเทศที่สูง โดยบริเวณนี้นักท่องเที่ยวจะได้ชมต้นตะเคียน ขนาดใหญ่กว่า 4 คนโอบ ต้นตะแบกที่กำลังพลัดใบเป็นแดง และต้นแดงกำลังพลัดใบเป็นสีเหลืองสวยงาม
จากนั้นนักท่องเที่ยวจะล่องเรืออีกประมาณ 5 กม.จะถึงแก่งปากโครงช้าง ลักษณะเป็นลานหินกว้าง ในอดีตเคยเป็นที่อยู่อาศัยของโขลงช้างขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่าปากโขลงช้าง แต่กาลเวลาผ่านไปการเรียกขานจึงเพี้ยนไปเป็นโครงช้างในปัจจุบัน แก่งโครงช้าง นี้ มีน้ำแร่ธรรมชาติ ซึ่งไหลผ่านชั้นหินดินแล้วดันออกมาเปรียบเสมือนน้ำพุออกมาเป็นสายน้ำ ไหลมาเป็นคลอง มีน้ำตลอดปี
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมนายกเหล่ากาชาด ยังได้ร่วมหาหอยหนาม เพื่อนำมาทำเมนูแกงอ่อมหอยหนาม เป็นอาหารพื้นถิ่นฯ กรรมวิธีไม่ยุ่งยาก ทำความสะอาดหอย ตัดตูดหอยเพื่อสะดวกในการรับประทานอีกด้วย
นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า แก่งฮอม นั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนมานานหลายปี แต่ในปีนี้ทางชาวบ้าน หมู่ 4 หมู่ 9 และ หมู่ 12 รวมตัวกันเป็นกลุ่มส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เนื่องจากวิถีชีวิตพื้นถิ่นของชาวบ้านส่วนใหญ่จะออกไปหาหนอไม้ หาของป่ามาขายและรับประทาน แต่ถ้าเปิดแหล่งท่องเที่ยวให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมก็จะเป็นการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งการท่องเที่ยวแก่งฮอม นี้นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวชมได้ก็ต้องเป็นช่วงฤดูแล้งเท่านั้น เนื่องจากปริมาณน้ำที่น้อย ก็จะเห็นแก่งน้อยใหญ่ ไม่ใช่แค่เพียงแก่งฮอมอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถชมได้ทั้ง แก่งยาว แก่งวังตูม แก่งจิบ แก่งวังไซร รวมแล้วถึง 12 แก่งทีเดียว