หลังจากนั้นตนเองเดินทางไปที่ ค่ายทหาร ป.พัน6 วารินชำราบ อุบลราชธานี เพื่อเข้าไปติดต่อยังหน่วยงานสวัสดิการ เพื่อจะขอหนังสือรับรองสามีตนเองเพื่อจะให้รับรองบุตร เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลบุตร แต่เมื่อไปติดต่อในค่ายทหารกลับไม่ได้รับความช่วยเหลือ แถมเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานยังหัวเราะใส่อีก
อย่างไรก็ตาม ตนเองจึงได้ปรึกษากับทนายความแล้ว โดยจะมีทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนช่วยเหลือดูแลเรื่องต่างๆ ซึ่งอาจจะมีการฟ้องร้องหรืออาจจะมีการดำเนินการต่างๆ ขณะนี้ตนเองอยากให้หน่วยงานต้นสังกัด ของสามีตนเองเอาผิดทางด้านวินัยอีกด้วย
ด้านนายมงคล (นามสมมุติ)พ่อของนางพิม กล่าวว่าช่วงที่เดินทางไปเยี่ยมลูกสาวตอนคลอดหลาน ที่โรงพยาบาลที่ จ.อุบลราชธานี ตอนนั้นหมอว่าลูกสาว ตนเองเกิดอาการครรภ์เป็นพิษ และคลอดบุตรก่อนกำหนดตอนอายุครรภ์ได้ 7 เดือนซึ่งถือว่าช่วงนั้นอาการหนักมาก หมอประเมินไว้โอกาสรอด คือ ห้าสิบห้าสิบ โดยพ่อและแม่ต้องมาเซ็นรับรอง ในการรักษาเพราะว่าอาการน่าห่วงมาก และช่วงที่ลูกสาวนอนอยู่โรงพยาบาล นับเดือนลูกเขยไม่เคยมาเยี่ยมหรือมาสนใจลูกสาวของตนเองเลย ทำให้พ่อและแม่ต้องเดินทางจาก จ.ลำปางไปเฝ้าไข้
"เคยมีผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งผมไม่รู้จักได้โทรศัพท์มาถามว่าเป็นพ่อพิมพ์หรือเปล่า และให้พาลูกสาวกลับบ้าน ที่ลำปางไปเลยจึงแปลกใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึง รู้เบอร์โทรศัพท์ผมได้อย่างไร"นายมงคล (นามสมมุติ) กล่าว