สำหรับการจัดตั้งสหกรณ์ในระยะแรกได้ดำเนินไปอย่างช้า ๆ กระทั่งหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 การสหกรณ์จึงได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีการจัดตั้งสหกรณ์ประเภทอื่น ๆ ขึ้น เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ที่ดิน ร้านสหกรณ์ ต่อมาสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ขยายหน่วยงานที่ดูแลสหกรณ์จากระดับกรมขึ้นมาเป็นระดับกระทรวง เป็นกระทรวงสหกรณ์ ก่อนถูกยุบไปรวมกับกระทรวงการพัฒนาการแห่งชาติ เพราะขาดกำลังเจ้าหน้าที่ จนเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2515 ถูกยุบมารวมอีกครั้งเหลือเพียงแค่ระดับกรมเป็น "กรมส่งเสริมสหกรณ์" นับแต่นั้นมา
จากจุดเริ่มต้นการจัดตั้ง"สหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้" จวบจนปัจจุบันได้มีการแบ่งย่อยสหกรณ์ออกเป็น 7 ประเภทอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์นิคม สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน รวมทั้งสิ้น 7,976 แห่ง มีสมาชิกกว่า 11 ล้านคน มีทุนดำเนินงานรวมกว่า 3 ล้านล้านบาท
"ปัจจุบันมีสหกรณ์ทั้งหมด 7,976 แห่งเป็นสหกรณ์ภาคการเกษตร 4,422 แห่ง นอกนั้นเป็นสหกรณ์นอกภาคการเกษตร ทั้งสองประเภทนี้แยกย่อยได้ 7 ประเภท แต่ละประเภทให้บริการสมาชิกของตัวเองตามลักษณะของสหกรณ์นั้น ๆ เช่น สหกรณ์การเกษตรเป็นการรวมกลุ่มของพี่น้องเกษตรกร ช่วยเหลือกันในเรื่องการผลิต รวบรวมผลผลิต เงินทุนต่าง ๆ สหกรณ์ออมทรัพย์ก็ดูแลประชาชนที่มีรายได้ประจำ เช่น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทเอกชน ทำหน้าที่เป็นแหล่งทุนให้กับสมาชิก"