หมอชลน่าน ซัด "ระบอบประยุทธ์" ทำประชาชนแตกแยก รัฐบาลต้องการสืบทอดอำนาจ วางกับดักแก้ไขรัฐธรรมนูญยากมาก ถึงขั้นอาจจะแก้ไม่ได้เลย ระวังประชาชนจะหมดความอดทน


นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณะสุข เปิดเผยว่า ฝ่ายนิติบัญญัติต้องเดินหน้าในญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 และวาระ 3 ต่อไป เพราะศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา ส่วนหลังจากมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้น 

หากคำวินิจฉัยออกมาบอกว่าทำไม่ได้ ก็ต้องหยุดหลังจากนั้นก็ไปเริ่มกระบวนการใหม่ไปแก้ไขรายมาตรา ซึ่งจะแก้ยากมากจนถึงแก้ไม่ได้เลย หรือหากให้ไปทำประชามติเพื่อถามประชาชนว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทางสภาก็พร้อมและเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและรัฐบาลไปกำหนดวันที่จะลงประชามติ การดำเนินการทั้งหมดจะส่งผลให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการร่างรัฐธรรมนูญคงช้ากว่ากำหนดเดิมคือปี 2565 คงไม่ได้เห็นรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งนี้รัฐบาลมีการวางกับดักรัฐธรรมนูญไว้เพื่อไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจคสช.

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินหน้าเอาผิดรัฐมนตรีทั้ง 7 คน พร้อมยื่นข้อมูลและหลักฐานการทุจริตของรัฐมนตรี ไปยังสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.เพื่อนำเสนอต่อศาลอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อดำเนินการเอาผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย

"นอกจากนี้แม้พลเอกประยุทธ์ รอดจากการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ในสายตาประชาชนพลเอกประยุทธ์ สอบตกในการตอบข้อซักถามของพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้งประชาชนทั้งประเทศหมดความอดทนกับระบอบประยุทธ์ และไม่ยอมรับรัฐบาลที่ขาดความเชื่อมั่นขาดความน่า เชื่อถือ การสร้างระบอบประยุทธ์คือการสร้างความแตกแยกของคนในชาติ เป็นอันตรายมาก เพราะการเลือกปฏิบัติในการดำเนินคดีกับคนที่เห็นต่าง แต่หากพวกเดียวกันจัดกลุ่มมาชุมนุมเพื่อเชียร์พลเอกประยุทธ์จะได้รับการดูแลอย่างดี จึงเป็นการขยายความขัดแย้งให้เพิ่มสูงขึ้น หากพลเอกประยุทธ์ ยังคงสืบทอดอำนาจยาวนาน เชื่อว่าความแตกแยกของคนในชาติและร้าวลึกมากขึ้น" นายแพททย์ชลน่าน กล่าว